Porsche 911 Carrera GTS ใหม่: การปฏิวัติแห่งสมรรถนะไฮบริดและความหรูหราสไตล์สปอร์ต
ในโลกของรถสปอร์ตระดับตำนาน น้อยรุ่นนักที่จะสามารถยืนหยัดท้าทายกาลเวลาและยังคงไว้ซึ่งความน่าปรารถนาได้เท่ากับ Porsche 911 ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา 911 ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งวิศวกรรมยานยนต์ชั้นเลิศ สมรรถนะที่เร้าใจ และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา ทว่าสำหรับปี 2025 นี้ Porsche ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นั่นคือ การผสานระบบไฮบริดสมรรถนะสูงเข้ากับ DNA แห่งความเป็น 911 อย่างลงตัว เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าที่เคยสัมผัส
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถสปอร์ตมาหลายยุคสมัย และการมาถึงของ 911 Carrera GTS รุ่นใหม่นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่การอัปเกรดตามวาระ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับนิยามของรถสปอร์ตไฮบริดที่ใช้งานได้จริงบนท้องถนนทั่วไป
หัวใจใหม่แห่งสมรรถนะ: ระบบ T-Hybrid อันชาญฉลาด
จุดเด่นที่สุดของการเปลี่ยนแปลงใน 911 Carrera GTS ใหม่ คือการติดตั้งระบบ T-Hybrid น้ำหนักเบาและทรงพลัง ซึ่งได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากประสบการณ์อันยาวนานของ Porsche ในสนามแข่งมอเตอร์สปอร์ต แฟรงค์ โมเซอร์ รองประธานผู้ดูแลกลุ่มผลิตภัณฑ์ 911 และ 718 ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของวิศวกร Porsche ในการพัฒนาระบบนี้ให้สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับ 911 ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ การผสมผสานอันลงตัวระหว่างสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และการตอบสนองที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น 911 ไว้อย่างครบถ้วน
ระบบ T-Hybrid นี้ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักที่ทำงานประสานกันอย่างชาญฉลาด เริ่มต้นที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ภายในตัวเทอร์โบชาร์จเจอร์นี้ มีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กคั่นอยู่ระหว่างส่วนคอมเพรสเซอร์และส่วนกังหัน (Turbine Wheel) โดยตรง หน้าที่หลักของมอเตอร์ไฟฟ้าตัวนี้คือการเพิ่มความเร็วรอบของเทอร์โบชาร์จเจอร์ให้ได้อย่างฉับพลันทันทีที่ต้องการกำลัง ส่งผลให้การตอบสนองของเทอร์โบมีความรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ลดอาการ “เทอร์โบแล็ก” ที่มักพบในเครื่องยนต์เทอร์โบแบบดั้งเดิม
นอกจากบทบาทในการบูสต์เทอร์โบแล้ว มอเตอร์ไฟฟ้าในเทอร์โบชาร์จเจอร์ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ผลิตพลังงานได้สูงสุดถึง 11 กิโลวัตต์ (ประมาณ 15 แรงม้า) โดยใช้พลังงานความร้อนจากไอเสียที่ไหลผ่านเข้ามา ช่วยให้ระบบสามารถรีไซเคิลพลังงานที่สูญเสียไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ไฟฟ้าแบบใหม่นี้ ยังมีศักยภาพเทียบเท่ากับการใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบดั้งเดิมถึงสองลูกในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งหมายถึงการส่งกำลังที่มีความคล่องตัวและตอบสนองได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนประกอบสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของระบบขับเคลื่อนคือ มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor) ที่ติดตั้งอยู่ภายในชุดเกียร์คลัตช์คู่ PDK แบบ 8 สปีดที่ได้รับการพัฒนาใหม่ มอเตอร์ไฟฟ้าตัวนี้มีความสามารถในการเสริมกำลังและแรงบิดให้กับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ได้อย่างทันท่วงที แม้จะอยู่ที่ความเร็วรอบเครื่องยนต์ต่ำ โดยสามารถเพิ่มแรงบิดได้สูงสุดถึง 150 นิวตันเมตร และเพิ่มกำลังได้ถึง 40 กิโลวัตต์ (ประมาณ 54 แรงม้า)
มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสองตัวนี้เชื่อมต่อเข้ากับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูงขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งมีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับแบตเตอรี่สตาร์ทเตอร์ 12 โวลต์ทั่วไป แต่สามารถเก็บพลังงานได้สูงสุด 1.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง และทำงานที่แรงดันไฟฟ้า 400 โวลต์ การมีแบตเตอรี่แรงดันสูงนี้ทำให้ระบบสามารถจ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอ และยังสามารถใช้ไฟฟ้าเลี้ยงระบบต่างๆ ที่เคยต้องพึ่งพาสายพานจากเครื่องยนต์ เช่น คอมเพรสเซอร์แอร์ ซึ่งช่วยลดภาระของเครื่องยนต์และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม
เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร: ขุมพลังที่ได้รับการยกระดับ
หัวใจสำคัญของระบบขับเคลื่อน T-Hybrid ใน 911 Carrera GTS ใหม่ คือเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด การปรับเปลี่ยนขนาดกระบอกสูบให้ใหญ่ขึ้นเป็น 97 มิลลิเมตร และช่วงชักที่เพิ่มขึ้นเป็น 81 มิลลิเมตร ส่งผลให้ปริมาตรความจุกระบอกสูบเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 0.6 ลิตร การใช้ระบบ VarioCam (ระบบควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบแปรผัน) ยังคงได้รับการรักษาไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราส่วนผสมของเชื้อเพลิงและอากาศจะเหมาะสมที่สุดในทุกช่วงการทำงาน
แม้จะทำงานโดยปราศจากการช่วยเหลือจากระบบไฮบริด เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.6 ลิตรนี้ก็สามารถผลิตกำลังได้ถึง 357 กิโลวัตต์ (ประมาณ 485 แรงม้า) และแรงบิด 570 นิวตันเมตร แต่เมื่อทำงานร่วมกับระบบ T-Hybrid พละกำลังรวมจะพุ่งสูงถึง 398 กิโลวัตต์ (ประมาณ 541 แรงม้า) และแรงบิด 610 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 45 กิโลวัตต์ (ประมาณ 61 แรงม้า) เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่สั้นลงอย่างเห็นได้ชัดสำหรับ 911 Carrera GTS ใหม่ ทำให้การขับขี่รู้สึกได้ถึงพละกำลังที่ดุดันและตอบสนองฉับไว ในขณะเดียวกัน ระบบไฮบริดสมรรถนะสูงนี้ก็มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยที่น้ำหนักของรถเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเพียง 50 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นที่ไม่ใช่ไฮบริด ซึ่งถือเป็นการจัดการน้ำหนักที่ยอดเยี่ยมสำหรับรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนซับซ้อนเช่นนี้
911 Carrera: สุนทรียภาพแห่งเครื่องยนต์บ็อกเซอร์เทอร์โบชาร์จเจอร์
สำหรับ 911 Carrera รุ่นมาตรฐาน ซึ่งยังคงวางจำหน่ายควบคู่กันไป ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดยยังคงใช้เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ แต่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด รวมถึงการนำอินเตอร์คูลเลอร์จากรุ่น Turbo มาใช้ ซึ่งตอนนี้ติดตั้งอยู่ใต้ฝากระโปรงท้ายเหนือเครื่องยนต์พอดี เทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ใช้ในรุ่นนี้ คือตัวเดียวกับที่เคยประจำการใน 911 Carrera GTS โมเดลก่อนหน้า
การปรับเปลี่ยนเหล่านี้ส่งผลให้ 911 Carrera รุ่นใหม่ สามารถผลิตกำลังได้ถึง 290 กิโลวัตต์ (ประมาณ 394 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร พร้อมทั้งลดการปล่อยไอเสียลงด้วย สำหรับ 911 Carrera Coupé ใหม่ สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.1 วินาที (หรือ 3.9 วินาที หากมีแพ็คเกจ Sport Chrono) และมีความเร็วสูงสุดที่ 294 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อย
ช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่ง: เพื่อการควบคุมที่เหนือชั้น
Porsche ไม่เพียงแต่พัฒนาขุมพลัง แต่ยังให้ความสำคัญกับการปรับปรุงระบบช่วงล่างอย่างครอบคลุม เพื่อให้การขับขี่ของ 911 Carrera GTS ใหม่ ยังคงความเป็นที่สุดในด้านการควบคุมและความแม่นยำ
เป็นครั้งแรกที่ 911 Carrera GTS ใหม่ มาพร้อมกับระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง (Rear-axle steering) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง และยังช่วยลดรัศมีวงเลี้ยวในการขับขี่ในเมือง ทำให้รถมีความคล่องตัวมากขึ้น
Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของตัวถังแบบแอคทีฟ ได้รับการบูรณาการเข้ากับระบบไฟฟ้าแรงสูงของชุดไฮบริด ทำให้สามารถใช้ระบบควบคุมแบบไฟฟ้า-ไฮดรอลิก (electro-hydraulic) ซึ่งให้การตอบสนองที่รวดเร็ว ยืดหยุ่น และแม่นยำยิ่งขึ้น
ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตพร้อมระบบปรับความหนืดของโช้คอัพ (PASM) ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ และการลดความสูงของตัวรถลง 10 มิลลิเมตร ทำให้ 911 Carrera GTS ใหม่ มีการควบคุมที่เฉียบคมและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ล้ออัลลอยมีให้เลือกหลากหลายดีไซน์ ตั้งแต่ขนาด 19/20 นิ้ว ไปจนถึง 20/21 นิ้ว สำหรับ 911 รุ่นใหม่นี้ เป็นครั้งแรกที่ 911 Carrera มีล้อดีไซน์พิเศษที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในบางส่วน เพื่อช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์
สำหรับ 911 Carrera GTS ใหม่ จะมาพร้อมกับล้อขนาด 21 นิ้ว ด้านหน้าขนาด 8.5 นิ้ว พร้อมยาง 245/35 ZR 20 และด้านหลังขนาด 11.5 นิ้ว พร้อมยาง 315/30 ZR 21 ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน การใช้หน้ายางที่กว้างขึ้นในล้อหลังนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ การยึดเกาะถนน และการถ่ายทอดพละกำลังอันมหาศาลสู่พื้นผิวถนน
ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่แฝงด้วยสมรรถนะ
Porsche ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบอันสง่างามของ 911 ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แต่ก็ไม่ละเลยการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์และสมรรถนะ
กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อเพิ่มช่องรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น 911 Carrera GTS จะมีช่องระบายความร้อนแบบแอคทีฟในแนวตั้ง 5 ช่อง ซึ่งสามารถปรับการทำงานได้ตามอุณหภูมิและสภาวะการขับขี่
เป็นครั้งแรกใน 911 ที่มีการติดตั้งระบบดิฟฟิวเซอร์ด้านหน้าแบบปรับอากาศได้ (Active front diffuser) ใต้ท้องรถ ซึ่งทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อนต่างๆ ช่องระบายอากาศเหล่านี้จะปรับการไหลเวียนของอากาศตามความต้องการ เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ช่องระบายอากาศจะปิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ แต่เมื่อต้องการสมรรถนะสูงสุด ช่องระบายอากาศจะเปิดออกเพื่อนำพาอากาศจำนวนมากไปยังหม้อน้ำหลักของรถ
ไฟหน้าแบบ Matrix LED พร้อมกราฟิก 4 จุดอันเป็นเอกลักษณ์ ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้สามารถรวมฟังก์ชันไฟหน้าทั้งหมดไว้ในโคมเดียว และเพิ่มพื้นที่ให้กับช่องระบายอากาศด้านหน้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีออปชั่นไฟหน้าแบบ HD Matrix LED ที่มีความละเอียดสูงกว่า 32,000 จุด สามารถส่องสว่างได้ไกลกว่า 600 เมตร พร้อมฟังก์ชันเสริมสุดล้ำต่างๆ เช่น ไฟโค้งตามการหักเลี้ยว, ไฟส่องสว่างบริเวณถนนที่กำลังก่อสร้าง หรือช่องทางคอขวด
ด้านท้ายของ 911 ยังคงโดดเด่นด้วยแถบไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่เชื่อมต่อกัน พร้อมโลโก้ “PORSCHE” ที่ทำให้ดูมีมิติและความกว้างมากขึ้น การออกแบบกระจังหลังใหม่พร้อมครีบ 5 แผ่น เชื่อมต่อกับกระจกหลังสปอยเลอร์แบบพับเก็บได้ และการวางตำแหน่งป้ายทะเบียนที่สูงขึ้น ผสานกับกันชนหลังดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทำให้ภาพรวมของด้านท้ายดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
สำหรับ 911 Carrera GTS ใหม่ จะมาพร้อมระบบท่อไอเสีย GTS แบบสปอร์ตเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในขณะที่ 911 Carrera รุ่นทั่วไปมีระบบไอเสียแบบสปอร์ตเป็นออปชั่นเสริม
สำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับรูปลักษณ์และสมรรถนะให้ถึงขีดสุด Porsche ยังนำเสนอชุดแต่ง Aerokit ซึ่งประกอบด้วยกันชนหน้า SportDesign, สปอยเลอร์หน้า, แผงข้างตัวถัง และสปอยเลอร์หลังแบบติดตายน้ำหนักเบา ชิ้นส่วนเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดแรงยกและเพิ่มแรงกด (downforce) ให้กับรถสปอร์ตคันนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในห้องโดยสาร: การผสมผสานระหว่างดิจิทัลและความเป็น Porsche Driver Experience
Porsche ได้ทำการออกแบบภายในห้องโดยสารของ 911 รุ่นใหม่ ให้เป็นแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผสมผสานกับ DNA การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ 911 และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด “Porsche Driver Experience” ที่มุ่งเน้นประสบการณ์การขับขี่ของผู้เป็นเจ้าของ
ปุ่มควบคุมที่สำคัญต่างๆ ได้รับการจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทั้งบนและรอบพวงมาลัย รวมถึงสวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ และคันโยกควบคุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และเป็นครั้งแรกใน 911 ที่มีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่ทางด้านขวาของพวงมาลัย ตามแบบฉบับ Porsche ดั้งเดิม
คอนโซลกลางได้รับการออกแบบใหม่ให้มีพื้นที่จัดเก็บที่กว้างขวางขึ้น พร้อมฟังก์ชันการชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และช่องแอร์ระบายความร้อนสำหรับสมาร์ทโฟน
หัวใจหลักของความทันสมัยในห้องโดยสารคือหน้าปัดดิจิทัลเต็มรูปแบบครั้งแรกใน 911 หน้าจอโค้งขนาด 12.6 นิ้ว สามารถปรับแต่งการแสดงผลได้ถึง 7 รูปแบบ รวมถึงหน้าจอ Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมาตรวัด 5 ช่องทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche พร้อมมาตรวัดความเร็วที่อยู่ตรงกลาง
ระบบ Porsche Communication Management (PCM) ยังคงทำงานผ่านหน้าจอสัมผัสส่วนกลางความละเอียดสูงขนาด 10.9 นิ้ว ความสามารถในการปรับแต่งโหมดการขับขี่และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ระบบ QR Code ช่วยให้การเข้าสู่ระบบ PCM ด้วย Porsche ID ทำได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
Apple CarPlay® ได้รับการผสานรวมเข้ากับระบบของรถยนต์อย่างล้ำลึก ทำให้สามารถแสดงข้อมูลบนแผงหน้าปัด และควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์ได้โดยตรงผ่านระบบสั่งงานด้วยเสียง Siri® และที่น่าตื่นเต้นคือเป็นครั้งแรกที่สามารถรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งขณะจอดรถได้ รวมถึงการใช้งานแอปพลิเคชันอย่าง Spotify® และ Apple Music® บนหน้าจอ PCM โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
ราคาและการวางจำหน่าย: สัมผัสประสบการณ์ Porsche 911 ที่เหนือกว่า
Porsche 911 Carrera รุ่นใหม่ พร้อมให้สั่งซื้อแล้วในรูปแบบตัวถัง Coupé และ Cabriolet สำหรับ 911 Carrera GTS ใหม่ มีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลังและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รวมถึงรุ่น Targa ที่มีเฉพาะระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับระบบเกียร์ Porsche Doppelkupplung (PDK) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
Porsche 911 Carrera Coupé ใหม่ เริ่มต้นที่ราคา 11.9 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ)
สำหรับ 911 Carrera GTS Coupé ราคาเริ่มต้นที่ 17.4 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ)
ชุดแต่ง Aerokit สำหรับ 911 Carrera GTS มีราคาเพิ่มเติม 300,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอุปกรณ์เฉพาะประเทศ)
Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงการอัปเกรดรถสปอร์ตในตำนาน แต่เป็นการประกาศถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ที่ผสานเทคโนโลยีไฮบริดอันล้ำสมัยเข้ากับแก่นแท้ของความเป็น Porsche ได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากคุณคือผู้ที่มองหาประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้น และยังคงไว้ซึ่งความหรูหราเหนือกาลเวลา ไม่ควรพลาด Porsche 911 Carrera GTS ใหม่
พร้อมแล้วหรือยังที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ? เยี่ยมชมโชว์รูมและศูนย์บริการ Porsche ทั่วประเทศ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทดลองขับ Porsche 911 Carrera GTS ใหม่ วันนี้ และค้นพบความหมายใหม่ของคำว่า “สมรรถนะ”

![G0401015 คนใกล ากล วท [ตอนจบ] part2](https://filmthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/01/image-309.png)