พาร์ต 2 อยู่ด้านล่าง 👇
อีซูซุ ดีแม็กซ์ 1.9 MHEV: ยกระดับประสบการณ์กระบะแห่งอนาคต สู่ปี 2025
ตลาดรถยนต์กระบะในประเทศไทยยังคงคึกคักและมีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง และในปี 2025 นี้ อีซูซุในฐานะผู้นำตลาด ได้ตอกย้ำตำแหน่งด้วยการเปิดตัว Isuzu D-MAX 1.9 MHEV (มายด์ไฮบริด) ที่เข้ามาพลิกโฉมวงการด้วยการผสานเทคโนโลยีขับเคลื่อนแห่งอนาคตเข้ากับความแข็งแกร่งและสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ D-MAX ได้อย่างลงตัว นี่ไม่ใช่แค่การอัปเกรด แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับรถกระบะในยุคปัจจุบัน ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพละกำลัง ความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสมบูรณ์แบบ
การมาถึงของ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV ถือเป็นก้าวสำคัญของอีซูซุในการนำเสนอรถยนต์กระบะพลังงานทางเลือก ซึ่งเป็นเทรนด์หลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ดีเซล Mild Hybrid อันทรงประสิทธิภาพ มีให้เลือกเพียงรุ่นย่อยเดียว ในราคาจำหน่ายที่น่าสนใจ 1,145,000 บาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานที่ได้รับ รถกระบะรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มองหารถยนต์คู่ใจที่เต็มไปด้วยสมรรถนะและความทันสมัย หรือกลุ่มธุรกิจที่ต้องการความคุ้มค่าด้านการประหยัดน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน มาร่วมเจาะลึกทุกรายละเอียดของ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV กันว่าทำไมรถกระบะคันนี้ถึงเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่าในตลาดปี 2025
ดีไซน์ภายนอก: ความแข็งแกร่งที่ผสานความพรีเมียมอย่างลงตัว
Isuzu D-MAX 1.9 MHEV ยังคงรักษา DNA ความแข็งแกร่ง ดุดัน และพร้อมลุยของ D-MAX ไว้อย่างครบถ้วน แต่ได้เพิ่มเติมความหรูหราและความทันสมัยเข้าไปในทุกมิติ เพื่อให้สะท้อนถึงความเป็นรถกระบะพรีเมียมแห่งปี 2025 การออกแบบภายนอกไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังรวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การขับขี่ในทุกสภาพการณ์
เริ่มต้นจากไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ที่ไม่เพียงให้ความสว่างคมชัดในยามค่ำคืน แต่ยังมาพร้อมระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีระบบไฟหน้า Follow me home ที่ช่วยส่องสว่างนำทางเมื่อดับเครื่องยนต์ และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ เสริมความสมบูรณ์แบบด้วยไฟตัดหมอกหน้า LED และไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ มอบรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและทันสมัยทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
กระจังหน้าสีเงินและสีเทาเข้มดีไซน์ใหม่ สร้างความลงตัวกับกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถที่ปรับและพับได้ด้วยไฟฟ้า เพื่อความสะดวกสบายในการจอดรถในพื้นที่แคบ มือเปิดประตูโครเมียมเพิ่มความหรูหรา ขณะที่ B-Pillar ตกแต่งด้วย Blackout Film และบันไดข้างสีเงินช่วยเสริมภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งและสปอร์ต กันชนท้ายแบบ Integrated สีเดียวกับตัวรถ มอบความกลมกลืนและสวยงามได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด กระจกบังลมหน้าเป็นแบบอัดซ้อนนิรภัยและมี IR Cut ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่ห้องโดยสาร ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้ามาพร้อมระบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้ พร้อมที่ฉีดน้ำล้างกระจกแบบ Built-in และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในสภาพอากาศที่แปรปรวน ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยแบบทูโทนขนาด 18 นิ้ว ที่มาพร้อมยางขนาด 265/60R18 ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยให้รถมีการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม และเพื่อความมั่นใจในการถอยจอด ก็มีกล้องมองภาพด้านหลังมาให้พร้อมสรรพ เรียกได้ว่า Isuzu D-MAX 1.9 MHEV คือรถกระบะที่ใส่ใจทุกรายละเอียดด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานอย่างแท้จริง
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหรา ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัย
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เหนือระดับ ด้วยการออกแบบที่เน้นความพรีเมียม ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและเพลิดเพลิน เหมาะสมกับความเป็นรถกระบะแห่งปี 2025 อย่างแท้จริง
มาตรวัดแบบ Integrated พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว (MID) เป็นหัวใจสำคัญของห้องโดยสารดิจิทัล ที่แสดงข้อมูลสำคัญครบครัน รวมถึงสถานะการชาร์จแบตเตอรี่และไฟแสดงความผิดปกติของระบบ MHEV ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะของรถได้อย่างง่ายดาย พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์สปอร์ต จับกระชับมือ และสามารถปรับระดับได้ 4 ทิศทาง (สูง-ต่ำ และ เข้า-ออก) เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตำแหน่งการขับขี่ที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ยังมีสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) บนพวงมาลัย เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการควบคุมรถขณะขับขี่ทางไกล ไม่เพียงเท่านั้น ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ยังเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ ให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ได้ดั่งใจ
คอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ และคอนโซลกลางแบบมีฝาปิดหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ สร้างความรู้สึกหรูหราและมีระดับ พร้อมที่วางของอเนกประสงค์บนคอนโซลหน้าแบบมีฝาปิด เพิ่มพื้นที่จัดเก็บของใช้ส่วนตัวได้อย่างเป็นระเบียบ ชุดตกแต่งแผงประตูสี Silver metallic และ Piano black พร้อมหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำบริเวณที่พักแขน ยิ่งตอกย้ำความพรีเมียมของห้องโดยสาร มือเปิดประตูด้านในสี Silver Metallic ช่วยเสริมความสวยงามของดีไซน์
กระจกไฟฟ้าเลื่อนขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบป้องกันการหนีบเฉพาะด้านผู้ขับขี่ เพิ่มความปลอดภัยและสะดวกสบายในทุกการใช้งาน ระบบเซ็นทรัลล็อก และกุญแจรีโมท Isuzu Genius Entry พร้อม Immobilizer ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับรถยนต์ของคุณ ระบบสตาร์ทแบบ Push Start และ Remote Engine Start ช่วยให้คุณสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์จากระยะไกลได้ เพิ่มความสะดวกสบายในการเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone สามารถปรับอุณหภูมิแยกอิสระ ซ้าย-ขวา ช่วยให้ผู้โดยสารและผู้ขับขี่สามารถปรับอุณหภูมิที่ต้องการได้อย่างอิสระ พร้อมแผ่นกรองระบบปรับอากาศ PM 2.5 ที่ช่วยกรองอากาศภายในห้องโดยสารให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพื่อความเย็นสบายอย่างทั่วถึง ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม DC 12 โวลต์ และช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม USB Charger USB-C 1 ตำแหน่ง 3A ตอบโจทย์การเชื่อมต่ออุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ ในปัจจุบันได้อย่างลงตัว
ที่ใส่แว่นตา พร้อมไฟส่องแผนที่ 2 ตำแหน่ง และที่บังแดดคู่หน้าแบบมีกระจกและไฟส่องสว่าง พร้อมที่เก็บนามบัตรเฉพาะด้านผู้ขับขี่ เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจในฟังก์ชันการใช้งาน นอกจากนี้ ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารก็ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในยามค่ำคืน
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ ซึ่งเป็นวัสดุที่ช่วยระบายความร้อนได้ดี เพิ่มความสบายในการนั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย เบาะนั่งคู่หน้าสามารถปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางเฉพาะด้านผู้ขับขี่ ช่วยให้ปรับตำแหน่งการนั่งที่เหมาะสมกับสรีระได้อย่างง่ายดาย และเบาะนั่งตอน 2 แบบพับขึ้นได้ 60:40 พร้อมที่พักแขน เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่เก็บสัมภาระ ให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการบรรทุกสัมภาระหรือผู้โดยสาร
ระบบเครื่องเสียงและ Infotainment: เชื่อมต่อทุกความบันเทิงไม่รู้จบ
สำหรับ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV ระบบเครื่องเสียงและ Infotainment คือหัวใจสำคัญที่ทำให้การเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความเพลิดเพลินและไม่ขาดการเชื่อมต่อ หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วที่ติดตั้งอยู่กลางคอนโซลคือศูนย์กลางของระบบความบันเทิง ที่โดดเด่นด้วยความสามารถในการรองรับ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay ได้อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับระบบรถยนต์ได้อย่างไร้สาย และเข้าถึงแอปพลิเคชันนำทาง, เพลง, ข้อความ, และฟังก์ชันอื่นๆ ได้อย่างง่ายดายผ่านหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่และคมชัดนี้
นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์และการเล่นเพลงผ่าน Bluetooth พร้อมระบบ WiFi Mirroring ที่ช่วยให้คุณสะท้อนหน้าจอสมาร์ทโฟนขึ้นบนหน้าจอรถยนต์ได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานแอปพลิเคชันที่หลากหลาย และยังมีช่องต่ออุปกรณ์ USB-C สำหรับชาร์จและเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ อีกด้วย
คุณภาพเสียงภายในห้องโดยสารก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น ด้วยลำโพง 8 ตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงทวีตเตอร์และ Roof Speaker ที่กระจายเสียงได้อย่างทั่วถึงและมีมิติ ทำให้คุณดื่มด่ำกับประสบการณ์เสียงที่สมจริง ไม่ว่าจะเป็นเพลงโปรด หรือพอดแคสต์ที่ชื่นชอบ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ที่ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความสบายให้กับทุกการเดินทาง ให้คุณและผู้โดยสารสามารถตั้งค่าอุณหภูมิที่เหมาะสมกับตัวเองได้อย่างอิสระ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV จึงไม่ใช่แค่รถกระบะ แต่เป็นเสมือนศูนย์รวมความบันเทิงเคลื่อนที่ ที่พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ในปี 2025
ขุมพลัง Mild Hybrid: ประหยัด แรง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หัวใจสำคัญที่ทำให้อีซูซุ ดีแม็กซ์ 1.9 MHEV โดดเด่นเหนือคู่แข่งในปี 2025 คือขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล Mild Hybrid (MHEV) ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของอีซูซุได้อย่างสมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์รหัส RZ4E-TC MHEV มาตรฐานยูโร 5 ความจุกระบอกสูบ 1,898 ซีซี ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) ระบายความร้อนด้วยน้ำ คอมมอนเรลไดเร็คอินเจคชั่น พร้อม VGS TURBO และอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือการเดินทางไกลที่ต้องใช้พละกำลังในการเร่งแซง
จุดเด่นของระบบ Mild Hybrid นี้คือการเสริมการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยเสริมแรงบิดในช่วงออกตัวและเร่งแซง ทำให้การขับขี่ราบรื่นและตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์หลัก และที่สำคัญคือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีระบบแปลงพลังงานที่สูญเสียในขณะถอนคันเร่งหรือเบรกเป็นพลังงานไฟฟ้า (REGENERATIVE BRAKING SYSTEM) โดยพลังงานที่ถูกสร้างขึ้นนี้จะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่ DC ขนาด 48 โวลต์ และนำกลับมาใช้เพื่อเสริมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าอีกครั้ง วงจรการใช้พลังงานหมุนเวียนนี้เองที่ทำให้ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV เป็น “รถกระบะประหยัดพลังงาน” และ “รถยนต์รักษ์โลก” อย่างแท้จริง ลดการปล่อยมลพิษ และเป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 ที่เข้มงวด
ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Rev Tronic ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงความสามารถในการควบคุมเกียร์ได้ด้วยตนเองผ่านโหมด Rev Tronic สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่เร้าใจและต้องการควบคุมสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ ด้วยขุมพลัง Mild Hybrid นี้ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV จึงเป็นรถกระบะที่ไม่ได้มีแค่ความแรง แต่ยังมาพร้อมความชาญฉลาดในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ตอบโจทย์เทรนด์ “รถกระบะใหม่ 2025” ที่เน้นประสิทธิภาพและความยั่งยืน
สมรรถนะการขับขี่และช่วงล่าง: มั่นคง นุ่มนวล และพร้อมลุย
เพื่อให้ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV เป็นรถกระบะที่สมบูรณ์แบบในปี 2025 ไม่เพียงแค่เรื่องของขุมพลังและดีไซน์เท่านั้น แต่สมรรถนะการขับขี่และระบบช่วงล่างก็ได้รับการพัฒนามาอย่างดีเยี่ยม เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกเส้นทาง
ระบบพวงมาลัยของ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV เป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างง่ายดายและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หรือการควบคุมรถที่ความเร็วสูงบนทางหลวง นอกจากนี้ แกนพวงมาลัยยังสามารถยุบตัวได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยที่ช่วยลดแรงกระแทกต่อผู้ขับขี่ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
ในส่วนของระบบกันสะเทือน Isuzu D-MAX 1.9 MHEV ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการขับขี่บนถนนลาดยางเรียบๆ ไปจนถึงเส้นทางออฟโรดที่ไม่ราบรื่น
ด้านหน้า: เป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง เสริมด้วยโช้กอัพแก๊ส ระบบกันสะเทือนด้านหน้าลักษณะนี้ช่วยให้รถมีการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ และควบคุมทิศทางได้อย่างมั่นคง ลดอาการโคลงเคลงเมื่อเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลนกระทันหัน
ด้านหลัง: ใช้แหนบแผ่นรูปครึ่งวงรี พร้อมโช้กอัพแก๊ส (แหนบเหนือเพลา) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ได้รับการพิสูจน์แล้วถึงความแข็งแกร่งทนทาน เหมาะสำหรับการบรรทุกสัมภาระหนักๆ ได้เป็นอย่างดี โดยยังคงให้ความนุ่มนวลในการขับขี่แม้ไม่ได้บรรทุกหนัก แหนบเหนือเพลาช่วยเพิ่มระยะห่างจากพื้นถนน ทำให้รถสามารถลุยผ่านอุปสรรคได้ดีขึ้น และยังช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดีเยี่ยมเมื่อบรรทุกน้ำหนักเต็มพิกัด
ด้วยการผสมผสานของระบบพวงมาลัยที่แม่นยำและระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่งแต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวล ทำให้ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านความมั่นคง ความสบาย และความพร้อมในการเผชิญกับทุกสภาพถนน ทำให้เป็น “รถกระบะ” ที่ตอบโจทย์การใช้งานในประเทศไทยได้อย่างครบวงจร
ระบบความปลอดภัย: อุ่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
ในปี 2025 ระบบความปลอดภัยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการเลือกซื้อรถยนต์ และ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง ด้วยการติดตั้งระบบความปลอดภัยทั้งแบบ Passive และ Active อย่างครบครัน เทียบเท่ากับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลระดับพรีเมียม เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนอุ่นใจในทุกการเดินทาง
ระบบความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety):
ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS Airbags), ถุงลมด้านข้าง (SRS Side Airbags), ม่านถุงลมด้านข้าง (SRS Roof Rail Airbags): ปกป้องผู้โดยสารจากการชนรอบด้าน ลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบปลดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อถุงลม SRS ทำงาน: ช่วยให้การช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว
ระบบปลดล็อกประตู One Motion Unlock เฉพาะด้านผู้ขับขี่: เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการลงจากรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบความปลอดภัยเชิงรุกและระบบช่วยเหลือการขับขี่ (Active Safety & ADAS – Advanced Driver-Assistance Systems):
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อม EBD และ BA: ระบบเบรกพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายแรงเบรกและเสริมแรงเบรก
ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก BOS: ช่วยลดระยะเบรกเมื่อมีการเหยียบเบรกพร้อมกับคันเร่งโดยไม่ตั้งใจ
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS: ช่วยควบคุมการทรงตัวของรถให้มั่นคงในสถานการณ์ที่รถเสียการทรงตัวหรือล้อหมุนฟรี
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC: เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการขับขี่บนเส้นทางที่เป็นเนินเขา
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM: เตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถและระบบช่วยเบรกขณะถอยรถ RCTA & RCTB: เพิ่มความปลอดภัยในการถอยจอด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการจราจรพลุกพล่าน
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attention Assist): ตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ที่อาจบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า และแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่พักผ่อน
เซ็นเซอร์ช่วยกะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด: ช่วยในการจอดรถหรือขับขี่ในพื้นที่แคบได้อย่างมั่นใจ
สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS: แจ้งเตือนรถคันหลังเมื่อมีการเบรกอย่างรุนแรง
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock): เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยเมื่อลงจากรถ
สัญญาณกันขโมย: ปกป้องรถยนต์จากการโจรกรรม
ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีความเสี่ยงที่จะเกิดการชนด้านหน้า
ระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB): ช่วยเบรกอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของการชน
ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW): เตือนเมื่อรถเบี่ยงออกจากเลนโดยไม่ตั้งใจ
ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด Pedal Misapplication Mitigation (PMM): ป้องกันการออกตัวหรือชนโดยไม่ตั้งใจเมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด
ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง Manual Speed Limiter (MSL): ช่วยควบคุมความเร็วตามที่ผู้ขับขี่กำหนด
ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam (AHB): ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนรถคันอื่น
ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ Multi-Collision Brake (MCB): ช่วยลดความเสียหายหลังจากการชนครั้งแรก
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา Turn Assist with AEB: เพิ่มความปลอดภัยเมื่อเลี้ยวขวาในสถานการณ์ที่มีรถสวนทาง
ด้วยชุดเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครันเหล่านี้ ทำให้ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV ไม่ใช่แค่ “รถกระบะที่ปลอดภัยที่สุด” แต่ยังเป็นรถที่ช่วยให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมั่นใจและไร้กังวล เหมาะสมอย่างยิ่งกับมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์ในปี 2025
สรุป: Isuzu D-MAX 1.9 MHEV นิยามใหม่ของรถกระบะแห่งอนาคต
Isuzu D-MAX 1.9 MHEV ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุง แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานของรถกระบะในตลาดปี 2025 ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างขุมพลังดีเซล Mild Hybrid อันทรงประสิทธิภาพ เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง ดีไซน์ภายนอกที่แข็งแกร่งแต่พรีเมียม และภายในห้องโดยสารที่หรูหราพร้อมความสะดวกสบายครบครัน ในราคาจำหน่าย 1,145,000 บาท
นับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคที่มองหารถกระบะที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคปัจจุบัน ทั้งในด้านการประหยัดน้ำมันที่เป็นเยี่ยมจากการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์ดีเซลและมอเตอร์ไฟฟ้า การลดการปล่อยมลพิษเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อม และสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจได้ในทุกสภาพถนน
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจที่มองหารถกระบะสำหรับการขนส่งสินค้า ผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการรถยนต์ที่อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว หรือกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการรถยนต์คู่ใจที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและความสปอร์ต Isuzu D-MAX 1.9 MHEV คือคำตอบที่ใช่ ด้วยนวัตกรรม Mild Hybrid ที่ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ประหยัดพลังงาน และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว พร้อมระบบความปลอดภัย Isuzu Matrix Safety Sense ที่ครบครัน มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์
Isuzu D-MAX 1.9 MHEV ไม่เพียงแค่เป็น “รถกระบะใหม่ 2025” ที่น่าจับตามอง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นของอีซูซุในการพัฒนายานยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ ทั้งในด้าน “สมรรถนะ” “ความปลอดภัย” “ความประหยัด” และ “ความคุ้มค่า” มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่ากับ Isuzu D-MAX 1.9 MHEV ได้แล้ววันนี้ และเตรียมพร้อมรับนิยามใหม่ของรถกระบะแห่งอนาคตไปพร้อมกัน

