• Sample Page
filmthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

G1912009 กลอ บายของคนสม ยใหม part2

admin79 by admin79
January 29, 2026
in Uncategorized
0
G1912009 กลอ บายของคนสม ยใหม part2

Tesla Cybercab: ยานยนต์แห่งอนาคตไร้คนขับ สู่ยุคใหม่ของการเดินทางในปี 2025

นับถอยหลังจากงานเปิดตัวอันน่าตื่นตาตื่นใจในปลายปี 2024 ที่ผ่านมา วงการยานยนต์ทั่วโลกยังคงจับตาดู “Tesla Cybercab” หรือที่รู้จักกันในนาม “Tesla Robotaxi” อย่างไม่กะพริบตา ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติมากว่าทศวรรษ ผมยืนยันได้เลยว่านี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ แต่มันคือการประกาศศักราชใหม่แห่งการเดินทางที่กำลังจะพลิกโฉมวิถีชีวิตผู้คนทั้งโลกอย่างสิ้นเชิง และในปี 2025 นี้เองที่เราจะได้เห็นความคืบหน้าของนวัตกรรมเปลี่ยนโลกนี้อย่างเป็นรูปธรรม

ในฐานะที่เทสล่าได้ประกาศเปิดตัว Cybercab อย่างเป็นทางการไปแล้ว ณ Warner Bros. Studios ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 (ตามเวลาท้องถิ่น) หรือตรงกับเช้าวันที่ 11 ตุลาคม 2567 ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวที่สร้างปรากฏการณ์และเสียงฮือฮาไปทั่วโลก ด้วยแนวคิดที่กล้าหาญในการกำจัดแป้นคันเร่ง พวงมาลัย และแป้นเบรกออกไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้ Cybercab เป็นสัญลักษณ์แห่งวิสัยทัศน์ที่เทสล่ามีต่อ “ยานยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ” อย่างแท้จริง พร้อมกับราคาเปิดตัวที่น่าดึงดูดใจ ไม่เกิน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณไม่เกิน 1 ล้านบาทไทย นับเป็นการลงทุนใน EV ที่เข้าถึงได้สำหรับคนจำนวนมาก

วิสัยทัศน์เบื้องหลัง: ทำไมต้องเป็น Tesla Robotaxi?

แนวคิดในการสร้าง Tesla Robotaxi ถือกำเนิดขึ้นจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความท้าทายและข้อจำกัดของระบบการเดินทางในปัจจุบัน อีลอน มัสก์ และทีมงานเทสล่ามองเห็นปัญหาที่ซับซ้อนหลายประการ ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คน

ประการแรกคือ “ค่าใช้จ่ายที่สูงลิบลิ่วในการเป็นเจ้าของยานพาหนะ” ทุกวันนี้ การซื้อรถยนต์หนึ่งคันไม่ใช่แค่ราคาตัวรถ แต่ยังรวมถึงค่าประกัน ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมัน/ค่าไฟ และค่าจอดรถ ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เราจะพบว่ารถยนต์ส่วนตัวส่วนใหญ่ถูกจอดทิ้งไว้เฉยๆ กว่า 95% ของเวลาทั้งหมด ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งนี้เป็นความสิ้นเปลืองทรัพยากรที่มองข้ามไม่ได้

ประการที่สองคือ “ปัญหาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน” ถึงแม้โลกจะก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว แต่รถยนต์สันดาปภายในยังคงมีสัดส่วนมหาศาลบนท้องถนน การปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียยังคงเป็นภัยคุกคามต่ออากาศที่เราหายใจ และการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลก็ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับเต็มรูปแบบ ไม่เพียงแต่ช่วยลดการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ลดการจราจรติดขัด และสร้างระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าที่ยั่งยืน

ประการสุดท้ายคือ “ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ” แม้เทคโนโลยีความปลอดภัยจะพัฒนาไปมาก แต่สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่ยังคงเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ การนำระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติขั้นสูงเข้ามาแทนที่ ไม่เพียงแต่เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ยังช่วยให้การจราจรไหลลื่นขึ้น ลดระยะเวลาการเดินทาง และปลดล็อกเวลาอันมีค่าของผู้โดยสารให้สามารถทำงาน พักผ่อน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ระหว่างทาง

จากปัญหาเหล่านี้ Tesla Robotaxi จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิวัติการเดินทางส่วนบุคคลและบริการขนส่งอัจฉริยะ ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ “มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ” ทั้งสำหรับผู้ผลิต เจ้าของรถ และผู้ใช้งาน

Tesla Cybercab: ดีไซน์เหนือจินตนาการ สู่การใช้งานจริง

เมื่อพูดถึง Tesla Cybercab สิ่งแรกที่สะดุดตาคือการออกแบบที่ล้ำสมัยและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากความบึกบึนของ Tesla Cybertruck ผสานเข้ากับเส้นสายที่โค้งมนและหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงของ Model 3 และ Model Y นี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กที่สุดของเทสล่าเท่าที่เคยมีมา แต่กลับอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและแนวคิดที่ก้าวล้ำ

ดีไซน์ภายนอกของ Cybercab ถูกออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ 2 ที่นั่ง 2 ประตูแบบปีกนก (Gull-wing doors) ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความโดดเด่น แต่ยังช่วยให้ผู้โดยสารเข้า-ออกจากรถได้สะดวกยิ่งขึ้น ตัวรถถูกออกแบบมาเพื่อความลู่ลมสูงสุด ด้วยการติดตั้งฝาครอบล้อแบบทึบ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการลดแรงต้านอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานไฟฟ้า จากผู้ที่อยู่ในงานเปิดตัวยังยืนยันว่าถึงแม้จะเป็นรถเล็ก แต่ภายในห้องโดยสารกลับกว้างขวางเกินคาด พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ใหญ่กว่า Tesla Model 3 เสียอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับบริการขนส่งอัจฉริยะ

ส่วนหนึ่งที่น่าสนใจคือขนาดล้อที่แตกต่างกัน โดยล้อหลังมีขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 225/60 R21 ในขณะที่ล้อหน้าใช้ขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 215/60 R18 การผสมผสานขนาดล้อนี้อาจมีผลต่อสมรรถนะการขับขี่ การยึดเกาะถนน หรือการออกแบบเพื่อความลู่ลมโดยเฉพาะ ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดทางวิศวกรรมของเทสล่า

ภายในห้องโดยสาร: มินิมอล ฟังก์ชันนอล ไร้การควบคุมจากมนุษย์

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในของ Tesla Cybercab คุณจะพบกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนรถยนต์ทั่วไป เพราะสิ่งที่หายไปคือ “พวงมาลัย” “แป้นคันเร่ง” และ “แป้นเบรก” ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการขับขี่โดยมนุษย์ที่อยู่คู่กับรถยนต์มานานหลายทศวรรษ ภายในมีเพียงหน้าจอแสดงผลหลักขนาดใหญ่, เบาะนั่งดีไซน์ทันสมัย 2 ที่นั่ง, ที่วางแก้วน้ำ 2 ช่อง และที่วางแขนเท่านั้น

การใช้งานนั้นง่ายดายอย่างเหลือเชื่อ เพียงผู้โดยสารเปิดประตูเข้ามาในรถ นั่งและคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย จากนั้นกดปุ่มเริ่มเดินทาง รถก็จะขับเคลื่อนอัตโนมัติไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ขับขี่แม้แต่น้อย นี่คือประสบการณ์การเดินทางที่ปลดล็อกอิสระให้กับผู้โดยสารอย่างแท้จริง ทำให้เราสามารถใช้เวลาในรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะทำงาน พักผ่อน หรือเพลิดเพลินกับความบันเทิง

ระบบชาร์จไร้สาย: ก้าวข้ามข้อจำกัดของการเติมพลังงาน

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าจับตาใน Cybercab คือ “ระบบการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย” ซึ่งเป็นสิ่งที่เทสล่าไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนักในงานเปิดตัว แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าเทสล่าได้เข้าซื้อบริษัท Wiferion ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไร้สายมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว และได้เร่งวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การไม่มีช่องชาร์จแบตเตอรี่ที่ตัวรถ และการพึ่งพาระบบชาร์จไร้สายนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเทสล่าที่ต้องการให้การเติมพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้รอยต่อ และอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เหมาะสมอย่างยิ่งกับโมเดล Robotaxi ที่จะต้องกลับไปชาร์จตัวเองที่สถานีชาร์จโดยอัตโนมัติ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองยานพาหนะ ลดความจำเป็นในการใช้แรงงานคน และสร้างระบบนิเวศการชาร์จที่เป็นไปได้สำหรับเมืองอัจฉริยะในอนาคต

โมเดลธุรกิจ Robotaxi: สร้างรายได้จากรถยนต์ส่วนตัว

หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้ Tesla Robotaxi แตกต่างจากยานยนต์ไฟฟ้าทั่วไปคือ “โมเดลธุรกิจที่พลิกโฉม” เทสล่าไม่ได้มองว่ารถยนต์เป็นเพียงสินทรัพย์ที่จอดอยู่เฉยๆ แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้ให้กับเจ้าของรถ

แนวคิดคือเมื่อเจ้าของรถ Cybercab ไม่ได้ใช้งานรถแล้ว สามารถสั่งให้รถออกไปวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารเองได้โดยไม่ต้องมีคนขับ นี่คือการสร้างรายได้เพิ่มเติมที่เปลี่ยนรถยนต์จาก “สินทรัพย์เสื่อมค่า” ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ที่สร้างรายได้” และยังช่วยให้รถยนต์ถูกใช้งานอย่างคุ้มค่ามากขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าการจอดทิ้งไว้เฉยๆ อย่างแน่นอน

บริการ Robotaxi มีการกำหนดค่าบริการเริ่มต้นที่กิโลเมตรละ 7 บาท (รวมภาษีแล้วไม่เกิน 15 บาทต่อไมล์) ซึ่งถือเป็นราคาที่แข่งขันได้และน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคทั่วไป นอกจากนี้ เทสล่ายังวางแผนที่จะขยายบริการ Robotaxi ไปยังรถยนต์รุ่นอื่นๆ อย่าง Model 3 และ Model Y ในอนาคตอีกด้วย ซึ่งได้มีการนำรถ Model 3 และ Y แบบไร้คนขับมาร่วมวิ่งโชว์กับ Cybercab ในงานเปิดตัว เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้

แก่นแท้ของเทคโนโลยี: Full Self-Driving และ Tesla Vision

หัวใจของความสามารถไร้คนขับของ Tesla Robotaxi คือ “ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบแบบ Unsupervised Full Self Driving (FSD)” ซึ่งเทสล่าได้เริ่มทำการทดสอบอย่างจริงจังในรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐเท็กซัสแล้วในปัจจุบัน (ปี 2025) สิ่งที่น่าทึ่งคือ รถยนต์ของเทสล่าสามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติได้โดยแทบไม่มีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ติดตั้งยื่นออกมานอกตัวรถแต่อย่างใด ซึ่งแตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่ยังคงพึ่งพาเทคโนโลยี LiDAR อย่างมาก

เทสล่าเชื่อมั่นใน “Tesla Vision” ซึ่งเป็นการใช้ชุดกล้องความละเอียดสูงประมวลผลข้อมูลรอบคันร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูง ในการสร้างภาพจำลองโลก 3 มิติ และตัดสินใจในการขับขี่ อีลอน มัสก์ เคยกล่าวไว้ว่าการทุ่มพัฒนา LiDAR เป็นการเดินในเส้นทางที่ผิดพลาด เนื่องจากเทคโนโลยีชนิดนี้มีข้อจำกัดด้านต้นทุนและประสิทธิภาพในบางสภาวะแวดล้อม ในขณะที่สายตามนุษย์เองก็พึ่งพาการมองเห็นเป็นหลักในการขับขี่ เทสล่าจึงเลือกที่จะพัฒนาระบบที่เลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์ให้มากที่สุด โดยใช้ข้อมูลจากกล้องเป็นหลัก

ราคาที่เข้าถึงได้: ปัจจัยสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลง

ราคาจำหน่ายของ Tesla Cybercab ที่ต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณไม่เกิน 1 ล้านบาทไทย ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการเจาะตลาดและทำให้เทคโนโลยีนี้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น อีลอน มัสก์ เชื่อว่าราคานี้สมเหตุสมผลกับสิ่งที่รถคันนี้ทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อไปเป็นรถยนต์ประจำบริษัท หรือผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างกองยานพาหนะสำหรับบริการขนส่งอัจฉริยะ

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าเทสล่าเปิดตัวเฉพาะรุ่นไร้คนขับเต็มรูปแบบในครั้งนี้ แต่มีรายงานจากแหล่งข่าวต่างประเทศระบุว่า อาจมีรุ่นที่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบเพื่อขับขี่ด้วยตนเองเหมือนรถยนต์ทั่วไป ซึ่งคาดว่าจะมุ่งเน้นทำตลาดในโซนเอเชียและยุโรป ภายใต้ชื่อ “Tesla Cybercab” เช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้เทสล่าสามารถขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคที่กฎระเบียบการใช้รถไร้คนขับยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นได้

การผลิตและการส่งมอบ: ความท้าทายที่น่าจับตาในปี 2026

อีลอน มัสก์ ได้ประกาศกรอบเวลาการผลิตที่ท้าทาย โดยระบุว่า Tesla Cybercab จะเริ่มเดินสายการผลิตอย่างเป็นทางการภายในปี 2026 หรือภายในอีกประมาณ 1 ปีข้างหน้าจากปัจจุบัน (ปี 2025) และจะส่งมอบรถยนต์ได้ก่อนปี 2027 อย่างแน่นอน แม้จะต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในการบรรลุเป้าหมายนี้ แต่เทสล่าก็มีประวัติในการทำสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงมาแล้วหลายครั้ง

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยวันที่สามารถส่งมอบรถ หรือประเทศที่จะใช้ผลิตรถยนต์อย่างเป็นทางการ แต่ก็มีการคาดการณ์ว่ารุ่นไร้คนขับน่าจะผลิตที่โรงงาน Giga Texas ในสหรัฐอเมริกาก่อน ส่วนรุ่นที่มีพวงมาลัยสำหรับมนุษย์ขับเองอาจจะผลิตในประเทศจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของเทสล่าในปัจจุบัน

ผลกระทบต่ออนาคต: มากกว่าแค่ยานยนต์

การมาถึงของ Tesla Robotaxi และ Cybercab ไม่ใช่แค่เรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งต่อสังคมและเศรษฐกิจในหลายมิติ:

เมืองอัจฉริยะ (Smart City): Robotaxi จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งของเมืองอัจฉริยะ ลดความแออัดของการจราจร ลดความต้องการที่จอดรถ และทำให้การเดินทางในเมืองมีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น
เศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy): โมเดลธุรกิจนี้จะเร่งการเปลี่ยนผ่านจาก “การเป็นเจ้าของ” สู่ “การเข้าถึง” บริการ ทำให้คนไม่จำเป็นต้องมีรถส่วนตัว แต่สามารถเรียกใช้บริการ Robotaxi ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
การจ้างงานและแรงงาน: แน่นอนว่าการมาถึงของรถไร้คนขับจะส่งผลกระทบต่ออาชีพคนขับรถ แต่ขณะเดียวกันก็อาจสร้างงานใหม่ๆ ในด้านการดูแลและบำรุงรักษากองยานยนต์อัตโนมัติ การพัฒนาซอฟต์แวร์ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไร้คนขับ
สิ่งแวดล้อม: การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับอย่างสมบูรณ์จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมหาศาล และลดมลพิษทางอากาศในเขตเมือง
กฎระเบียบและจริยธรรม: รัฐบาลทั่วโลกจะต้องเร่งพัฒนากฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยานยนต์ไร้คนขับ รวมถึงการพิจารณาประเด็นด้านจริยธรรมในการตัดสินใจของ AI ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

บทสรุป: ก้าวสู่โลกที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง

ในปี 2025 นี้ เรากำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์และระบบขนส่ง Tesla Cybercab ไม่ได้เป็นเพียงความฝันอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาการเดินทางของมวลมนุษยชาติ เทสล่ากำลังนำเราไปสู่โลกที่ถนนหนทางปลอดภัยยิ่งขึ้น สะอาดขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อมั่นว่า Tesla Robotaxi ไม่ใช่แค่รถยนต์คันหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของอนาคตที่เทคโนโลยี AI และยานยนต์ไฟฟ้าจะผสานรวมกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่อัจฉริยะ ยั่งยืน และเป็นอิสระจากข้อจำกัดเดิมๆ เตรียมตัวให้พร้อม เพราะโลกแห่งการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองกำลังจะมาถึงเร็วกว่าที่คุณคิด

Previous Post

G1912008 อให ใครต อใครก ไม สามารถข ดขวางความร กได part2

Next Post

G1912010 เม อแฟนเก าต องมาแต งหน าให แฟนใหม part2

Next Post
G1912010 เม อแฟนเก าต องมาแต งหน าให แฟนใหม part2

G1912010 เม อแฟนเก าต องมาแต งหน าให แฟนใหม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • G2912021 หาเงินแต่งให้ลูกชาย part2
  • G2912020 แต่งงานไปแล้วอยากได้เงินคืน part2
  • G2912018 ความเห็นแก่ตัวของคนมันปกปิดไม่ได้ part2
  • G2912017 ปล่อยให้มันมานะอยู่ข้างแม่ part2
  • G2912014 กลัวจะเสียลูกชายคนเดียวไป part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.