• Sample Page
filmthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

G2801016 ดการร ายกาจ! วางแผนย ดเย ยดความผ ดให เด กฝ กง part2

admin79 by admin79
January 28, 2026
in Uncategorized
0
G2801016 ดการร ายกาจ! วางแผนย ดเย ยดความผ ดให เด กฝ กง part2

มหัศจรรย์แห่งม้าลำพอง: 10 สุดยอดรถเฟอร์รารี่ตลอดกาลที่กำหนดนิยามแห่งตำนาน

ในโลกแห่งยนตรกรรมสุดหรูและสมรรถนะสูง ชื่อของ Ferrari ย่อมเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งความปรารถนาและความเป็นเลิศตลอดมา ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 8 ทศวรรษ การคัดเลือกสุดยอดรถยนต์ Ferrari เพียง 10 รุ่นจากตำนานอันยิ่งใหญ่กว่าพันคันที่เคยผลิตออกมานั้น ถือเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่งยวด อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ผมได้ประมวลประสบการณ์และความรู้เชิงลึกเพื่อคัดสรรสุดยอดรถยนต์ Ferrari ที่สุดตลอดกาล ซึ่งไม่ได้วัดกันที่พละกำลังสูงสุด หรือความเร็วที่เหนือกว่าใครเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนวัตกรรม การออกแบบ ความกล้าหาญทางวิศวกรรม และอิทธิพลที่รถยนต์แต่ละคันมีต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์และโลกยานยนต์โดยรวม

การเดินทางสู่ความเป็นเลิศของ Ferrari เริ่มต้นจากวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของ Enzo Ferrari ผู้ก่อตั้ง ที่มุ่งมั่นในการแข่งขันเป็นหลัก การผลิตรถยนต์สปอร์ตเพื่อจำหน่ายนั้นเป็นเพียงเครื่องมือในการสร้างรายได้มาสนับสนุนทีมแข่ง แต่สิ่งที่เริ่มต้นจาก “สิ่งที่คิดทีหลัง” กลับกลายเป็นความหลงใหลอันไร้ขอบเขต ไม่เพียงแต่ภายในโรงงานที่ Maranello เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหล่าสาวกผู้ภักดีทั่วโลก ผู้ซึ่งมีความผูกพันกับแบรนด์นี้อย่างลึกซึ้ง

บทความนี้จะพาคุณย้อนเวลาไปสำรวจรถยนต์ Ferrari ที่โดดเด่นที่สุดในแต่ละยุคสมัย ซึ่งแต่ละคันล้วนมีเรื่องราวและความพิเศษที่แตกต่างกันออกไป เราจะเจาะลึกถึงรายละเอียดทางวิศวกรรม การออกแบบที่ล้ำสมัย และผลกระทบที่รถยนต์เหล่านี้ได้สร้างไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือ สุดยอดรถ Ferrari ในตำนาน ที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ทั่วโลก

Ferrari F40 (1987) – ตำนานแห่งความดิบเถื่อนและสมรรถนะสุดขีด

เมื่อพูดถึง Ferrari ที่สุดตลอดกาล ชื่อของ F40 ย่อมผุดขึ้นมาในใจเป็นอันดับแรก รถยนต์รุ่นนี้เปรียบเสมือน “จุดสูงสุด” ของวิศวกรรมรถสปอร์ตยุคใหม่ โดยใช้พื้นฐานจาก 288 GTO ที่ทรงพลังอยู่แล้ว แต่ได้เพิ่มขีดจำดักของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ให้ถึงขีดสุด พร้อมกับการลดน้ำหนักตัวรถลงอย่างมหาศาลในระดับที่เรียกได้ว่า “ไม่ประนีประนอม”

แม้ว่า F40 อาจจะไม่ได้มีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีภายนอกเท่าคู่แข่งร่วมสมัยจาก Porsche หรือ Bugatti แต่จุดเด่นของมันอยู่ที่การนำเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ที่ล้ำสมัยมาใช้ได้อย่างชาญฉลาด แทนที่จะพึ่งพาระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือระบบช่วงล่างอิสระที่ซับซ้อน ผลลัพธ์ที่ได้คือ ประสบการณ์การขับขี่ที่ดิบเถื่อน ทรงพลัง และน่าตื่นเต้นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการซูเปอร์คาร์ หลายคนเปรียบมันว่าเหมือน “โกคาร์ทติดเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่” แต่สำหรับพวกเราและใครอีกหลายคน มันคือ “ตำนาน” ที่ไม่มีวันเลือนหาย

Ferrari F50 (1995) – ยอดนักแข่ง F1 ที่ถูกดัดแปลงมาวิ่งบนถนน

F50 อาจจะไม่ได้รับความชื่นชมในทันทีทันใดเหมือนกับ F40 ที่มาก่อนหน้า สัดส่วนที่ดูใหญ่เกินไป การออกแบบที่โค้งมน และสมรรถนะที่บนกระดาษดูไม่ต่างจาก F40 (หรืออาจจะช้ากว่าเล็กน้อยในโลกแห่งความเป็นจริง) ทำให้ F50 ถูกมองข้ามไปบ้างในระยะแรก

แต่เมื่อเวลาผ่านไป มนต์เสน่ห์ของ F50 ก็เริ่มเป็นที่ประจักษ์ และด้วยเหตุผลอันสมควร รถยนต์ Ferrari รุ่นนี้เป็นหนึ่งเดียวที่เชื่อมโยงกับรถแข่ง F1 ในยุคสมัยเดียวกันอย่างแน่นแฟ้น เครื่องยนต์ V12 ขนาด 4.7 ลิตร Tipo 130B คือการพัฒนาโดยตรงจากเครื่องยนต์ที่ใช้ในรถ Ferrari F1 ปี 1990 และที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคือ มันถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถัง (stressed member) ทำให้เครื่องยนต์และชุดเกียร์ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง F50 อย่างสมบูรณ์ กลายเป็นกระดูกสันหลังที่ยึดโยงกับระบบช่วงล่างด้านหลัง

สิ่งนี้ทำให้ F50 เป็นรถยนต์ที่ “สุดขั้ว” บนถนน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกอึดอัดในตอนแรก แต่เมื่อพิจารณาถึงบริบทและเวลา ความ “ดุดัน” นี้กลับกลายเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับ และตอกย้ำสถานะของ F50 ในฐานะหนึ่งใน สุดยอดรถ Ferrari ตลอดกาล

Ferrari Enzo (2002) – สุริยะแห่งซูเปอร์คาร์ ที่ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้ง

รถยนต์ในตระกูล “F car” รุ่นที่สามนี้ เดิมมีแผนจะใช้ชื่อว่า F60 แต่ก่อนที่รถจะเปิดตัว Ferrari รู้สึกภาคภูมิใจในซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลางลำรุ่นใหม่นี้เป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจตั้งชื่อรถรุ่นนี้ตามชื่อผู้ก่อตั้ง – Enzo Ferrari

Enzo ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น “สุดยอดยนตรกรรมสำหรับถนน” อย่างแท้จริง ไม่ใช่รถแข่งที่ดัดแปลงมาเพื่อวิ่งบนถนนเหมือน F50 มันมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ใหม่ล่าสุด ขนาด 5.9 ลิตร Tipo 140 ซึ่งในตอนแรกให้กำลัง 651 แรงม้า เครื่องยนต์นี้ยังคงถูกนำไปใช้ในรถ Ferrari รุ่น V12 ที่ตามมาจนถึงปัจจุบัน

เช่นเดียวกับ F40 และ F50, Enzo ใช้โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดน้ำหนักตัวรถให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่า 1,500 กิโลกรัม (รวมของเหลว) นอกจากนี้ยังเป็นรถ F car รุ่นแรกที่มาพร้อมกับระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติแบบคลัทช์เดี่ยว ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ที่ได้เห็นครั้งแรกใน F355

มีการผลิต Enzo เพียง 400 คันเท่านั้น โดยคันสุดท้ายมอบให้กับสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 เป็นของขวัญ และถูกนำไปประมูลเพื่อการกุศลในราคา 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปัจจุบัน Enzo มีราคาสูงถึง 2.5 ล้านปอนด์ สะท้อนถึงคุณค่าและความปรารถนาในรถยนต์รุ่นนี้

Ferrari LaFerrari (2013) – ก้าวล้ำแห่งยุคไฮบริด

LaFerrari อาจจะไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “F car” อย่างเป็นทางการในความหมายเดียวกันกับรุ่นก่อนหน้า แต่ในแง่ของความทะเยอทะยานและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต LaFerrari อาจจะเป็นรุ่นที่ “ก้าวหน้าไปไกลที่สุด” ในกลุ่มนี้

ด้วยการผสานรวมเครื่องยนต์ F140B ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ใน Enzo เข้ากับระบบขับเคลื่อนไฮบริดระบบแรกของ Ferrari ทำให้ LaFerrari ไม่ได้เป็นเพียงรถที่เร็วเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้แพร่หลายในรถ Ferrari รุ่นหลักในปัจจุบัน

LaFerrari ยังคงถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตผ่านระบบไฮบริดนี้ ซึ่งเริ่มปรากฏให้เห็นในรถ Formula 1 ร่วมสมัย นอกจากนี้ LaFerrari ยังเป็นรถ F car คันแรกที่ได้รับการออกแบบโดย Centro Stile สตูดิโอออกแบบภายในของ Ferrari เอง เป็นการยุติความร่วมมือกับสำนักออกแบบ Pininfarina เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ

Ferrari 288 GTO (1984) – ผู้บุกเบิกยุคซูเปอร์คาร์ที่ได้รับการยกย่อง

คุณอาจสังเกตได้ว่า F40 นั้นพัฒนามาจาก 288 GTO ซึ่งเป็นรถที่ควรค่าแก่การยกย่องเช่นกัน และเป็นรถที่หายากกว่าและอาจจะน่าปรารถนามากกว่าด้วยซ้ำ GTO ย่อมาจาก ‘Gran Turismo Omologato’ ซึ่งเป็นการนำชื่อกลับมาใช้เป็นครั้งที่สองหลังจาก 250 GTO อันเป็นตำนาน คำว่า Omologato หมายถึงการผลิตรถยนต์ที่วิ่งบนถนนได้ เพื่อให้รถแข่งสามารถเข้าแข่งขันในรายการที่กำหนดได้

แม้ว่า 288 GTO จะเคยลงแข่งขันในคลาส Group C ในยุคนั้น แต่ก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ แต่เป็นการนำเอาการพัฒนาต่างๆ มาสู่โลกมอเตอร์สปอร์ต รวมถึงเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ F114 ซึ่งพัฒนามาจากเครื่องยนต์ของรถ Ferrari Formula 1

ด้วยจำนวนการผลิตเพียง 272 คัน ทำให้ 288 GTO หายากกว่ารถ F car รุ่นอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนถึงมูลค่าในปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย การค้นหา Ferrari 288 GTO ราคา ในตลาดนักสะสมนั้นสะท้อนถึงความหายากและคุณค่าทางประวัติศาสตร์

Ferrari 250 GTO (1962) – ม้าลำพองที่แพงที่สุดในโลก

เรื่องราวของ Gran Turismo Omologato เริ่มต้นที่นี่ กับ 250 GTO ซึ่งจนกระทั่งไม่นานมานี้ เป็นรถที่แพงที่สุดเท่าที่เคยขายได้ในการประมูล ด้วยราคามากกว่า 52 ล้านปอนด์ รถคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแข่งขันในประเภท Group 3 Gran Touring ของ FIA ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการผลิตรถยนต์ที่วิ่งบนถนนได้จำนวนหนึ่งเพื่อให้ทีมสามารถนำไปแข่งขันได้

มีการผลิตทั้งหมด 36 คันที่สร้างด้วยมือระหว่างปี 1962 ถึง 1964 โดยทั้งหมดใช้แชสซี Ferrari 250 SWB เครื่องยนต์ V12 Tipo 168 ขนาด 2953cc และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

ในขณะที่วิศวกรของ Ferrari ดูแลเรื่องแชสซีและระบบส่งกำลัง ตัวถังได้รับการออกแบบและสร้างด้วยมือโดย Scaglietti สำนักแต่งรถชาวอิตาเลียน ซึ่งสร้างรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยังคงน่าปรารถนามาจนถึงทุกวันนี้ การมองหา Ferrari 250 GTO มือสอง ในตลาดนักสะสมคือการมองหาชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า

Ferrari 250 GT California Spider (1960) – ความงามเหนือกาลเวลาสำหรับตลาดอเมริกา

ในยุคที่ Enzo Ferrari มุ่งมั่นกับการคว้าแชมป์ยุโรปเท่านั้น ผู้นำเข้า Ferrari ในอเมริกาได้นำเสนอความฝันแห่ง Ferrari สู่กลุ่มลูกค้าชาวอเมริกัน ด้วยการสั่งผลิตรถยนต์ที่มีความหรูหราและงดงามอย่าง 250 GT California Spyder

แม้ว่า California รุ่น LWB (Long Wheelbase) บางส่วนจะถูกส่งออกไปยังอเมริกาตั้งแต่ปี 1957 แต่ปี 1960 คือปีที่ California รุ่น SWB (Short Wheelbase) มีความน่าปรารถนามากที่สุด ไม่ใช่เพียงเพราะการออกแบบที่เลียนแบบได้ยากเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้แชสซีและเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง Ferrari ในยุคสมัยเดียวกัน

เช่นเดียวกับ GTO ตัวถังได้รับการออกแบบและผลิตโดย Scaglietti และเมื่อนำมาประมูลขาย ราคาก็สูงลิ่วจนน่าตกใจ รถรุ่นนี้ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของตลาดรถยนต์อเมริกา เนื่องจากรุ่นเหล่านี้ถูกออกแบบและทำการตลาดเพื่อผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ โดยเฉพาะ

Ferrari Modulo (1970) – รถคอนเซ็ปต์ที่มองเห็นอนาคต

ในขณะที่ Ferrari ในช่วงทศวรรษที่ 1960 เน้นการออกแบบที่โค้งมนและเป็นธรรมชาติ Pininfarina ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการออกแบบที่ยาวนานของ Ferrari และบางครั้งก็เป็นผู้ผลิต ได้มีแผนการที่ทะเยอทะยานสำหรับอนาคต ในปี 1970 แบรนด์ได้เปิดตัวสิ่งที่กลายเป็นรถคอนเซ็ปต์ที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นคือ Modulo

แม้ว่าจะเป็นรถคอนเซ็ปต์อย่างชัดเจน แต่ Modulo เป็นตัวอย่างยุคแรกและสุดขั้วของการออกแบบสไตล์ “ลิ่ม” (wedge design) ซึ่งแพร่หลายในอิตาลีภายใต้การตีความของนักออกแบบในตำนานอย่าง Marcello Gandini และต่อมาคือ Giorgetto Guigiaro

Modulo ได้รับการออกแบบโดย Paolo Martin ซึ่งได้นำแนวคิดของลิ่มไปสู่ขีดจำกัด โดยใช้การเปิดแบบหลังคา (canopy) และหุ้มล้อทั้งสี่ไว้ภายในรูปทรงหลัก แม้จะยังคงใช้เครื่องยนต์ V12 ของ Ferrari แต่ก็เป็นรถคอนเซ็ปต์ Ferrari คันแรกที่วางเครื่องยนต์ไว้ด้านหลังคนขับ ซึ่งเป็นเลย์เอาต์ที่จะปรากฏใน 365 GT4 BB ในปี 1973

แม้จะไม่ใช่รถยนต์ที่วิ่งบนถนนได้ตามกฎหมาย แต่ Modulo คือวิสัยทัศน์แห่งอนาคต จึงเป็นรถที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ของ Ferrari

Ferrari Testarossa (1984) – ไอคอนแห่งยุค 80

จาก Ferrari 365GT4 BB เครื่องยนต์วางกลางลำรุ่นแรก มาสู่ซีรีส์รถยนต์ BB (Berlinetta Boxer) ที่เป็นเอกลักษณ์ เครื่องยนต์ 12 สูบนี้ไม่ได้เป็น V12 ตามเทคนิคเสียทีเดียว เนื่องจากแถบสูบวางตัวในมุม 180 องศา แต่สิ่งที่ทำให้ไม่เป็นเครื่องยนต์ Boxer อย่างแท้จริงคือการวางตำแหน่งกระบอกสูบแบบเหลื่อม ทำให้มีความผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ V และ Flat-12

การรวมกันของเครื่องยนต์และเลย์เอาต์นี้ อาจจะทำให้มีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงทศวรรษที่ 1980 เมื่อ Ferrari Testarossa อันเป็นที่จดจำได้ถือกำเนิดขึ้น

สุนทรียภาพที่ “จัดจ้าน” ในแบบฉบับยุค 80 ของ Testarossa ส่วนหนึ่งมาจากสไตล์ที่เกินงามของยุคสมัยนั้น แต่ก็เป็นการตอบสนองต่อการจัดวางเครื่องยนต์ V12 180 องศา ซึ่งต้องการหม้อน้ำที่ติดตั้งอยู่ด้านข้างเครื่องยนต์เพื่อป้องกันความร้อนสูงเกินไป

มีการผลิต Testarossa ออกมาทั้งหมด 6 รุ่นย่อยในสองเจเนอเรชัน แต่เนื่องจากอายุการผลิตที่ยาวนานในยุคนั้น รถรุ่นนี้จึงอยู่ในสายการผลิตระหว่างปี 1973 ถึง 1996 โดย Testarossa ถือเป็น Ferrari V12 ราคา ที่ยังคงน่าสนใจสำหรับนักสะสม

Ferrari 458 Italia (2009) – ความงามอันสมบูรณ์แบบของดีไซน์สมัยใหม่

การระเบิดของความนิยมใน Ferrari หลังทศวรรษที่ 1980 ได้สร้าง “ธรรมเนียมปฏิบัติ” ที่บริษัทยึดถือมาตลอดทศวรรษที่ 1990 และ 2000 จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนที่ Ferrari จะเปลี่ยนแปลงแนวทาง บริษัทได้สร้างรถที่อาจเรียกได้ว่า “Ferrari ที่สมบูรณ์แบบ”

458 Italia อาจไม่ใช่รถที่หายากที่สุด ทรงพลังที่สุด หรือสามารถทำเวลาได้ดีที่สุดในสนามแข่ง แต่เป็นรถที่ “สวยที่สุด” อย่างแน่นอน การร่วมงานของ Pininfarina กับ Ferrari กำลังจะสิ้นสุดลง แต่ก่อนที่จะจากกัน ผลงานชิ้นเอกของพวกเขาก็ปรากฏขึ้น: 458 Italia

การจัดวางพื้นผิวที่งดงาม เส้นสายที่คมชัด และความเชื่อมั่นในสัดส่วนมากกว่ารายละเอียดที่มากเกินไป ทำให้เกิดการออกแบบที่กลายเป็นรากฐานของรถยนต์เครื่องยนต์ V8 วางกลางลำจนถึงปัจจุบัน

สำหรับบางคน สมรรถนะที่เพิ่มขึ้นและความมุ่งเน้นของรุ่น Speciale นั้นคุ้มค่าแก่การประนีประนอม แต่ความงามอันบริสุทธิ์ของ Italia ทำให้มันเป็น “ผลงานชิ้นเอกของการออกแบบสมัยใหม่” นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของสไตล์การตั้งค่าปัจจุบันของ Ferrari – พวงมาลัยที่ตอบสนองรวดเร็ว ระบบเกียร์คลัทช์คู่ และดิฟเฟอเรนเชียลอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน – ซึ่งทำให้เราเข้าถึง “สวรรค์” แห่งการขับขี่

บทสรุป: ก้าวต่อไปในโลกแห่ง Ferrari

การเดินทางสำรวจ สุดยอดรถ Ferrari ตลอดกาลนี้ แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของแบรนด์ม้าลำพอง จากรถแข่งสู่ซูเปอร์คาร์สุดหรู รถยนต์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นงานศิลปะ วิศวกรรมที่ก้าวล้ำ และสัญลักษณ์ของความสำเร็จ

หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของ Ferrari ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงอันงดงาม สมรรถนะอันเร้าใจ หรือประวัติศาสตร์อันยาวนาน นี่คือจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบในการค้นหา Ferrari ในฝันของคุณ

หากคุณกำลังมองหา Ferrari ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นพิเศษเหล่านี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ Ferrari หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อรับคำแนะนำและสัมผัสประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของม้าลำพองด้วยตัวคุณเอง การเป็นเจ้าของ Ferrari ไม่ใช่เพียงการซื้อรถ แต่คือการก้าวเข้าสู่ตำนานบทใหม่ที่รอให้คุณเป็นผู้เขียน.

Previous Post

G2801011 กสาว ขวบจ บค แม บคนข บรถ, ดจบส ดช อก! part2

Next Post

G2801020 ญาต สน ทค ดไม อ! part2

Next Post
G2801020 ญาต สน ทค ดไม อ! part2

G2801020 ญาต สน ทค ดไม อ! part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • G2912021 หาเงินแต่งให้ลูกชาย part2
  • G2912020 แต่งงานไปแล้วอยากได้เงินคืน part2
  • G2912018 ความเห็นแก่ตัวของคนมันปกปิดไม่ได้ part2
  • G2912017 ปล่อยให้มันมานะอยู่ข้างแม่ part2
  • G2912014 กลัวจะเสียลูกชายคนเดียวไป part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.