อนาคตที่ขับเคลื่อน: ISUZU D-MAX 1.9 MHEV ยกระดับรถกระบะแห่งปี 2025
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง ปี 2025 ได้นำเสนอการปฏิวัติครั้งสำคัญในตลาดรถกระบะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคพลังงานทางเลือก ISUZU D-MAX 1.9 MHEV ได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ redefined (นิยามใหม่) คำว่า “รถกระบะ” ในประเทศไทย ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี Mild Hybrid เข้ากับ DNA ความแข็งแกร่ง ทนทาน และประหยัดน้ำมันอันเป็นเอกลักษณ์ของอีซูซุ นี่ไม่ใช่แค่รถกระบะ แต่คือวิสัยทัศน์ของอนาคตที่จับต้องได้ ณ วันนี้
ตั้งแต่เปิดตัวราคาอย่างเป็นทางการที่ 1,145,000 บาท สำหรับรุ่นย่อยเดียวที่มีให้เลือก ISUZU D-MAX 1.9 MHEV ได้สร้างความตื่นเต้นและเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ที่มองหา รถกระบะประหยัดน้ำมัน ที่มาพร้อมสมรรถนะเหนือชั้นและเทคโนโลยีสุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่หลงใหลในนวัตกรรม ไปจนถึงนักธุรกิจที่ต้องการ รถยนต์เพื่อธุรกิจ ที่คุ้มค่าและรักษ์โลก การมาถึงของรุ่น Mild Hybrid นี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของอีซูซุในการนำเสนอโซลูชันการเดินทางที่ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งซึ่งหัวใจสำคัญของรถกระบะ นั่นคือความแกร่งและความสามารถในการรองรับงานหนัก
นิยามใหม่แห่งดีไซน์และฟังก์ชัน: ภายนอกที่สะกดทุกสายตา
ก้าวแรกที่สัมผัส ISUZU D-MAX 1.9 MHEV คุณจะรับรู้ได้ถึงความทันสมัยที่ผสานเข้ากับความดุดันตามสไตล์รถกระบะได้อย่างลงตัว การออกแบบภายนอกในปี 2025 นี้สะท้อนปรัชญา “Bold and Dynamic” อย่างชัดเจน ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector คือหัวใจสำคัญที่มอบทัศนวิสัยอันยอดเยี่ยม พร้อมระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ และฟังก์ชัน Follow Me Home ที่ช่วยส่องสว่างนำทางเมื่อคุณลงจากรถในที่มืด นอกจากนี้ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติยังเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการขับขี่ในทุกสภาวะแสง
ความโดดเด่นยังคงต่อเนื่องด้วยไฟตัดหมอกหน้า LED ที่ให้ความสว่างคมชัดในยามทัศนวิสัยไม่ดี และไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่สวยงามและมองเห็นได้ชัดเจน กระจังหน้าถูกออกแบบให้มีความพิเศษด้วยสีเงินและสีเทาเข้มตัดกันอย่างลงตัว มอบความรู้สึกพรีเมียมและสปอร์ต กระจังหน้าที่ผสานเข้ากับกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ สะท้อนถึงความกลมกลืนและงานออกแบบที่ประณีต กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถที่สามารถปรับ-พับไฟฟ้าได้ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานและป้องกันความเสียหาย มือเปิดประตูโครเมียม และการตกแต่ง B-Pillar ด้วย Blackout Film เสริมความหรูหราให้กับตัวรถได้อย่างยอดเยี่ยม
บันไดข้างสีเงินไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เสริมความสะดวกในการขึ้นลง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเส้นสายด้านข้าง กันชนท้ายแบบ Integrated สีเดียวกับตัวรถ ผสานเข้ากับดีไซน์โดยรวมอย่างแนบเนียน ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว ไม่ดูแยกส่วน กระจกบังลมหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัยและ IR Cut ไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องความปลอดภัย แต่ยังช่วยลดความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่ห้องโดยสาร เพิ่มความสบายในการเดินทาง ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ พร้อมที่ฉีดน้ำล้างกระจกแบบ Built-in คืออีกหนึ่งฟังก์ชันที่สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลต่อประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้น และแน่นอนว่า ล้ออัลลอยแบบทูโทนขนาด 18 นิ้ว หุ้มด้วยยาง 265/60R18 คือองค์ประกอบที่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูทรงพลังและทันสมัย เสริมด้วยกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด ให้ความมั่นใจในทุกการเคลื่อนที่
ก้าวเข้าสู่โลกแห่งความสบายและเทคโนโลยี: ภายในที่เหนือระดับ
เมื่อเปิดประตูเข้ามายังห้องโดยสารของ ISUZU D-MAX 1.9 MHEV คุณจะพบกับความประณีตและการจัดวางที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก มาตรวัดแบบ Integrated พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว (MID) ไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและชัดเจนเท่านั้น แต่ยังแสดงสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ และไฟแสดงความผิดปกติของระบบ MHEV ทำให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบ Mild Hybrid ได้อย่างง่ายดาย
พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์สปอร์ต ไม่เพียงให้สัมผัสที่กระชับมือ แต่ยังสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง (สูง-ต่ำ และ เข้า-ออก) เพื่อให้เหมาะกับสรีระของผู้ขับขี่ทุกคน สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ล้วนถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว เพิ่มความสะดวกสบายและความสนุกในการขับขี่ไปพร้อมกัน
การตกแต่งภายในสะท้อนถึงความหรูหราด้วยคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตัดกับชุดตกแต่งแผงประตูสี Silver Metallic และ Piano Black พร้อมหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำบริเวณที่พักแขน ซึ่งมอบสัมผัสที่นุ่มนวลและเพิ่มความพรีเมียม คอนโซลกลางแบบมีฝาปิดหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ และที่วางของอเนกประสงค์บนคอนโซลหน้าแบบมีฝาปิด สะท้อนถึงการออกแบบที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานและการจัดเก็บสิ่งของอย่างเป็นระเบียบ มือเปิดประตูด้านในสี Silver Metallic ยิ่งเสริมให้ห้องโดยสารดูทันสมัยและมีระดับ
กระจกไฟฟ้าเลื่อนขึ้น-ลงอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบด้านผู้ขับขี่ เป็นฟังก์ชันมาตรฐานที่เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ระบบเซ็นทรัลล็อก และกุญแจรีโมท Isuzu Genius Entry พร้อม Immobilizer รวมถึงระบบสตาร์ทแบบ Push Start และ Remote Engine Start ที่สามารถสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์จากระยะไกลได้ มอบความสะดวกสบายสูงสุดก่อนการเดินทาง
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ที่สามารถปรับอุณหภูมิแยกอิสระ ซ้าย-ขวา ช่วยให้ผู้โดยสารและผู้ขับขี่สามารถตั้งอุณหภูมิที่แตกต่างกันได้ตามความต้องการ พร้อมแผ่นกรองระบบปรับอากาศ PM 2.5 ที่ช่วยปกป้องคุณจากมลภาวะภายนอก ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังเพิ่มความเย็นสบายให้กับผู้โดยสารทุกคน ไม่ว่าจะนั่งอยู่ตำแหน่งใด ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม DC 12 โวลต์ และช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม USB Charger USB-C 1 ตำแหน่ง (3A) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลในปัจจุบัน ที่ใส่แว่นตาพร้อมไฟส่องแผนที่ 2 ตำแหน่ง และที่บังแดดคู่หน้าแบบมีกระจกและไฟส่องสว่าง พร้อมที่เก็บนามบัตรเฉพาะด้านผู้ขับขี่ คือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความแตกต่างในเรื่องความสะดวกสบาย
เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ ให้ความรู้สึกเย็นสบายแม้ในสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางเฉพาะด้านผู้ขับขี่ มอบการปรับแต่งที่สมบูรณ์แบบเพื่อตำแหน่งการขับขี่ที่เหมาะสมที่สุด เบาะนั่งตอน 2 แบบพับขึ้นได้ 60:40 พร้อมที่พักแขน เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ตอบโจทย์ทั้ง รถกระบะครอบครัว และการบรรทุกสัมภาระเพิ่มเติมได้อย่างลงตัว
ระบบเครื่องเสียงและความบันเทิง: เชื่อมต่อทุกการเดินทาง
ในยุคที่การเชื่อมต่อเป็นสิ่งสำคัญ ระบบเครื่องเสียงของ ISUZU D-MAX 1.9 MHEV ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอย่างเต็มที่ ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วที่รองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay คุณสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนของคุณเข้ากับรถได้อย่างไร้สาย เพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชันนำทาง เพลง และการสื่อสารได้อย่างง่ายดาย ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์และการเล่นเพลง Bluetooth พร้อมระบบ WiFi Mirroring และช่องต่ออุปกรณ์ USB-C ทำให้คุณไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือออกเดินทางผจญภัยในต่างจังหวัด ด้วยลำโพง 8 ตำแหน่ง (รวมทวีตเตอร์และ Roof Speaker) คุณจะได้รับประสบการณ์เสียงที่คมชัดและเต็มอิ่มตลอดการเดินทาง
หัวใจแห่งนวัตกรรม: เครื่องยนต์ RZ4E-TC MHEV ที่ผสานพลังงาน
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ ISUZU D-MAX 1.9 MHEV แตกต่างจากรถกระบะทั่วไปคือเครื่องยนต์ รหัส RZ4E-TC MHEV ที่ผ่านมาตรฐานยูโร 5 นี่คือเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) ความจุกระบอกสูบ 1,898 ซีซี ที่ได้รับการยกย่องเรื่องความประหยัดน้ำมันและความทนทานมาอย่างยาวนาน เมื่อผสานรวมกับ VGS TURBO และอินเตอร์คูลเลอร์ ทำให้มีกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ ทั้งการขับขี่ในเมือง การเดินทางไกล หรือแม้แต่การบรรทุกหนัก การส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Rev Tronic มอบการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและแม่นยำ
แต่หัวใจสำคัญของ เทคโนโลยี Mild Hybrid อยู่ที่มอเตอร์ไฟฟ้าเสริมการขับเคลื่อนรถยนต์ และระบบแปลงพลังงานที่สูญเสียในขณะถอนคันเร่งหรือเบรกเป็นพลังงานไฟฟ้า (REGENERATIVE BRAKING SYSTEM) พร้อมแบตเตอรี่ DC ขนาด 48 โวลต์ ระบบนี้ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซลอย่างชาญฉลาด เพื่อช่วยลดภาระของเครื่องยนต์หลักในการออกตัวหรือเร่งแซง ทำให้ สมรรถนะกระบะ ดีขึ้น ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีนัยสำคัญ นี่คือการก้าวไปข้างหน้าอย่างแท้จริงของ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืน
ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า: ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว
ISUZU D-MAX 1.9 MHEV ยังคงรักษาชื่อเสียงด้านประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ด้วยระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง ที่ให้การบังคับควบคุมที่แม่นยำและน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะสม ไม่ว่าจะขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือ maneuver (เข้าโค้ง) ในพื้นที่แคบ แกนพวงมาลัยที่สามารถยุบตัวได้ยังเพิ่มความปลอดภัยในกรณีเกิดการชน
ระบบกันสะเทือนได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ทั้งความนุ่มนวลในการโดยสารและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง พร้อมโช้กอัพแก๊ส ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนด้านหลังเป็นแหนบแผ่นรูปครึ่งวงรี พร้อมโช้กอัพแก๊ส (แหนบเหนือเพลา) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอีซูซุที่ให้ความทนทาน และสามารถรองรับการบรรทุกน้ำหนักได้เป็นอย่างดีโดยไม่สูญเสียความสบายในการขับขี่ นี่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความแกร่งแบบรถกระบะและความนุ่มนวลแบบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ทำให้ ISUZU D-MAX 1.9 MHEV เป็น รถกระบะประหยัดพลังงาน ที่มอบความมั่นใจในทุกสภาพถนน
ความปลอดภัยขั้นสูงสุด: ISUZU MATRIX SAFETY SYSTEM แห่งปี 2025
ความปลอดภัยคือสิ่งที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ และ ISUZU D-MAX 1.9 MHEV ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยอันทันสมัยที่เรียกว่า ISUZU MATRIX SAFETY SYSTEM ซึ่งครอบคลุมทั้งความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) และเชิงรับ (Passive Safety) ให้ความมั่นใจในทุกการเดินทาง
เริ่มจากความปลอดภัยเชิงรับ ถุงลมนิรภัยรอบคัน ทั้งถุงลมคู่หน้า (Dual SRS Airbags), ถุงลมด้านข้าง (SRS Side Airbags) และม่านถุงลมด้านข้าง (SRS Roof Rail Airbags) ทำงานร่วมกับระบบปลดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อถุงลม SRS ทำงาน และระบบปลดล็อกประตู One Motion Unlock เฉพาะด้านผู้ขับขี่ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะได้รับความคุ้มครองสูงสุดในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
สำหรับความปลอดภัยเชิงป้องกัน ISUZU D-MAX 1.9 MHEV มาพร้อมกับชุดเทคโนโลยีที่ครบครัน ได้แก่:
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อม EBD และ BA: ช่วยควบคุมการเบรกให้มีประสิทธิภาพและป้องกันล้อล็อก
ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก BOS: เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS: ช่วยให้รถทรงตัวได้ดีในทุกสภาพการขับขี่
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC: มั่นใจในการขับขี่บนเส้นทางลาดชัน
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM: ลดจุดบอดในการมองเห็น
ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถและระบบช่วยเบรกขณะถอยรถ RCTA & RCTB: เพิ่มความปลอดภัยในการถอยจอด
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attention Assist): ช่วยเตือนเมื่อตรวจพบความผิดปกติในการขับขี่
เซ็นเซอร์ช่วยกะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด: ช่วยในการจอดรถในพื้นที่จำกัด
สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS: เตือนรถคันหลัง
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) และสัญญาณกันขโมย: เพิ่มความอุ่นใจในการจอดรถ
ยิ่งไปกว่านั้น ISUZU D-MAX 1.9 MHEV ยังยกระดับไปอีกขั้นด้วย ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ และ Advanced Driver-Assistance Systems (ADAS) ที่ล้ำสมัย:
ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW): เตือนผู้ขับขี่เมื่อมีความเสี่ยงที่จะชนรถคันหน้า
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB): ช่วยเบรกอัตโนมัติเพื่อลดความรุนแรงหรือหลีกเลี่ยงการชน
ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW): เตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ
ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด Pedal Misapplication Mitigation (PMM): ป้องกันอุบัติเหตุจากการเหยียบคันเร่งผิดพลาด
ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง Manual Speed Limiter (MSL): ช่วยควบคุมความเร็วในการขับขี่
ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam (AHB): ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติเพื่อทัศนวิสัยที่ดี
ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ Multi-Collision Brake (MCB): ลดความเสียหายเพิ่มเติมหลังเกิดอุบัติเหตุ
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา Turn Assist with AEB: ฟังก์ชันใหม่ที่เพิ่มความปลอดภัยในการเลี้ยวขวาในจังหวะที่มีรถสวนมา
ทั้งหมดนี้คือการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอีซูซุในการสร้างสรรค์ ความปลอดภัยรถกระบะ ที่เหนือกว่ามาตรฐาน เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและไร้กังวล
บทสรุป: รถกระบะแห่งอนาคตที่พร้อมรับความท้าทายในปัจจุบัน
ISUZU D-MAX 1.9 MHEV ไม่ได้เป็นเพียงรถกระบะรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Mild Hybrid เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวและพัฒนาก้าวไปข้างหน้าของอีซูซุในตลาด รถกระบะไฮบริด ที่กำลังเติบโต ด้วยราคา 1,145,000 บาท คุณจะได้รับรถกระบะที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง, ความประหยัด, เทคโนโลยีล้ำสมัย, ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการที่กำลังมองหา รถยนต์เพื่อธุรกิจ ที่ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิง หรือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการ รถกระบะประหยัดพลังงาน ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งการทำงานและการพักผ่อน หรือแม้แต่ รถกระบะครอบครัว ที่มอบความอุ่นใจในการเดินทางสำหรับทุกคน ISUZU D-MAX 1.9 MHEV คือคำตอบที่ใช่ที่สุดในปี 2025 นี้
มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคต ที่คุณสามารถสัมผัสได้แล้ววันนี้ สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำกับ ISUZU D-MAX 1.9 MHEV ได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ เพราะอนาคตของการเดินทางเริ่มต้นที่นี่!

