
MG ฉลอง 100 ปี ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต: เปิดตัว 4 ไฮไลท์เด่น สู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อนที่กรุงเทพฯ
ในวาระเฉลิมฉลอง 100 ปีแห่งประวัติศาสตร์ยานยนต์อันยาวนาน MG (เอ็มจี) ได้ประกาศศักดาในการขับเคลื่อนสู่อนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มภาคภูมิ โดยได้ยกขบวนยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดมาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ณ งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (Motor Show 2024) ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี การปรากฏตัวของ MG รถยนต์ไฟฟ้า หลากหลายรุ่นสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของแบรนด์ในการนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสมรรถนะที่เหนือกว่า และดีไซน์ที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ในยุค 2025
สำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ดีที่สุดในไทย การมาถึงของ NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุนที่มาพร้อมพวงมาลัยขวาเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน สร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังมี NEW MG4 ELECTRIC แฮทช์แบ็คไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มาพร้อมรุ่นสมรรถนะสูง XPOWER และอีกสองรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ได้แก่ STANDARD RANGE และ LONG RANGE ซึ่งมอบทางเลือกที่หลากหลายและคุ้มค่า สองรุ่นที่ผลิตในไทยนี้ได้กลายเป็นจุดสนใจสำคัญสำหรับตลาด รถยนต์ไฟฟ้าในไทย ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความคุ้มค่า
แต่ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ MG ยังได้นำเสนอ E-MPV ขนาดกลางน้องใหม่ NEW MG MAXUS 7 ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสก่อนใคร ปิดท้ายด้วย NEW MG5 PRO สปอร์ตคูเป้ซีดานโฉมล่าสุด ที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตหรูและห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในเซกเมนต์ การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ MG Thailand ในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของคนไทยให้ก้าวไปอีกขั้น
NEW MG CYBERSTER: สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าเปิดประทุน สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า NEW MG CYBERSTER คือดาวเด่นแห่งการเปิดตัวของ MG ในครั้งนี้ ด้วยดีไซน์ที่ดึงดูดทุกสายตา ผสมผสานความหรูหราแบบรถสปอร์ตระดับพรีเมียมเข้ากับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต ออกแบบโดย SAIC’s Advanced Design Studio ที่ลอนดอน สหราชอาณาจักร รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยประตูปีกนกแบบปุ่มสัมผัสที่เปิด-ปิดได้อย่างสง่างาม ควบคู่ไปกับหลังคาซอฟต์ท็อปที่สามารถเปิดรับลมธรรมชาติได้อย่างอิสระ กระจังหน้าเรียวยาวรับกับชุดไฟหน้าดีไซน์ “Eye of the Storm” อันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่ไฟท้ายได้แรงบันดาลใจจากธง Union Jack ของอังกฤษ เพิ่มความโดดเด่นในทุกมิติ
เส้นสายของตัวรถมีความโค้งมนราวกับจะทะยานไปข้างหน้า พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วที่เสริมความสปอร์ตให้สมบูรณ์แบบ ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยการตกแต่งสีทูโทน ใช้วัสดุ Soft touch และหนัง Nappa สลับกับหนัง Alcantara คุณภาพสูง เบาะนั่งแบบ Y-Shape ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อการรองรับสรีระที่ดีที่สุด มอบความสบายสูงสุดแม้ในการเดินทางไกล
เทคโนโลยีที่อัดแน่นมาใน NEW MG CYBERSTER สะท้อนถึงความเป็นรถยนต์แห่งอนาคตอย่างแท้จริง ด้วยหน้าจอ Dashboard แบบ Triple-Screen ขนาด 7 นิ้ว, 10.25 นิ้ว และ 7 นิ้ว ที่เรียงต่อกัน มอบข้อมูลการขับขี่และความบันเทิงได้อย่างครบครัน พร้อมระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่ช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างง่ายดายและสะดวกสบาย ระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Bose พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ด้านสมรรถนะ NEW MG CYBERSTER มาพร้อมขุมพลังจากมอเตอร์คู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 544 แรงม้า (400 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.2 วินาที ให้คุณสัมผัสถึงพละกำลังดิบและความเร้าใจในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ แบตเตอรี่ Ultra-Thin Rubik’s Cube ความจุ 77 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 503 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระ Multi-link มอบการควบคุมที่แม่นยำและยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม เสริมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM กว่า 26 ระบบ รวมถึงระบบ ADAS เต็มรูปแบบ
NEW MG4 ELECTRIC: นิยามใหม่ของแฮทช์แบ็ค EV ขับสนุก คุ้มค่า และทรงพลัง
NEW MG4 ELECTRIC ยังคงยืนหยัดในฐานะ “ICON” ของรถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็คที่ขับสนุกและเร้าใจ พัฒนาบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ มอบจุดเด่นด้านการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 และจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ (Low Centre of Gravity) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทรงตัวและการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ช่วยเสริมความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่
MG ได้ยกระดับความสำเร็จของ NEW MG4 ELECTRIC ด้วยการเปิดตัวรุ่น XPOWER ที่สุดแห่งขุมพลังในตระกูลนี้ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้พละกำลังสูงสุด 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 3.8 วินาที แบตเตอรี่ Rubik’s Cube Battery ขนาด 64 kWh (NMC) ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 480 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC มาพร้อมสีตัวถังใหม่สีเขียว Wild Hunter Green และหลังคา Two-tone สีดำ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสารตกแต่งเน้นความสปอร์ตพรีเมียมด้วยวัสดุผสมผสานระหว่างหนังสังเคราะห์และหนัง Alcantara พร้อมระบบ One Pedal Driving ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่
สำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้าผ่อนถูก หรือ รถยนต์ไฟฟ้า ราคาไม่แพง MG ได้นำเสนอสองรุ่นย่อยที่ผลิตในประเทศไทย ได้แก่ STANDARD RANGE (49kWh) วิ่งได้ 423 กิโลเมตร และ LONG RANGE (64kWh) วิ่งได้ 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ทั้งสองรุ่นมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 170 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ได้รับการปรับปรุงฟังก์ชันทั้งภายนอกและภายใน เช่น ADAPTIVE GRILLE ช่วยระบายความร้อนอัตโนมัติ, ใบปัดน้ำฝนด้านหลัง, หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12 นิ้ว, ช่องวางแก้วที่ประตู และราวมือจับเสริมสำหรับผู้โดยสาร
รุ่น STANDARD RANGE มาพร้อมล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อม AERO WHEEL COVER ส่วนรุ่น LONG RANGE มาพร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้ว และสีตัวถังใหม่สีส้ม Fizzy Orange การผลิตรุ่นเหล่านี้ในประเทศไทย ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อความต้องการ รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัว และ รถยนต์ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
NEW MG MAXUS 7: E-MPV 7 ที่นั่ง พรีเมียม สะดวกสบาย สัมผัสก่อนใคร
การเปิดตัว NEW MG MAXUS 7 ถือเป็นเซอร์ไพรส์สำคัญที่ MG มอบให้กับผู้บริโภคชาวไทย ยนตรกรรม E-MPV ขนาดกลาง 7 ที่นั่งรุ่นนี้ได้รับการออกแบบตามเอกลักษณ์ของ MG MAXUS Series ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมฟังก์ชันและฟีเจอร์ที่ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวยุคใหม่
ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองด้านพร้อมฝาท้ายไฟฟ้า และมือเปิดประตูแบบซ่อนในตัวรถ เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้า-ออก ประตูสไลด์ไฟฟ้าเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ยากในรถยนต์ระดับเดียวกัน ทำให้ NEW MG MAXUS 7 โดดเด่นยิ่งขึ้น หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ สร้างบรรยากาศโปร่งโล่งภายในห้องโดยสาร การตกแต่งภายในเน้นความเรียบหรูด้วยโทนสีดำและสีน้ำตาล คอนโซลหน้าดีไซน์ Dual Layer มาพร้อมที่วางแก้ว และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เพื่อความสบายสูงสุดของผู้ขับขี่
แถวที่สองมาพร้อมเบาะ Captain Seat ที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โอบรับทุกสรีระ มอบความสบายเหนือระดับสำหรับการเดินทางไกล หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับระบบมัลติมีเดียรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน ฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) ที่สามารถจ่ายกระแสไฟได้ถึง 6.6 kW ช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน
ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 90 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 480 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP MG เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ จอง NEW MG MAXUS 7 ล่วงหน้าภายในงาน โดยมีข้อเสนอพิเศษ จอง 10,000 บาท รับส่วนลด 20,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2567
NEW MG5 PRO: สปอร์ตคูเป้ซีดาน ดีไซน์ล้ำ ห้องโดยสารกว้างขวาง
NEW MG5 PRO ยังคงเอกลักษณ์ของการเป็นสปอร์ตคูเป้ซีดานที่โดดเด่น แต่ในโฉมล่าสุดนี้ MG ได้ปรับปรุงดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวสะกดทุกสายตายิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าใหม่ Black Chrome Gladius Grille Design เสริมความพรีเมียมด้วยวัสดุ Smoke Chrome รอบคัน ล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ยังคงรักษาจุดเด่นในเรื่องห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในเซกเมนต์ ทำให้ NEW MG5 PRO เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา รถซีดานราคาคุ้มค่า พร้อมดีไซน์ที่สะดุดตา
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบคอนโซลกลางแบบ Driver-focus cockpit ที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง หลังคาซันรูฟขนาดใหญ่ มอบความรู้สึกโปร่งสบาย ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความสะดวกสบายให้กับทุกคน หน้าจอทัชสกรีนขนาด 10 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ระบบกุญแจ Digital Key ที่สามารถรับ-ส่งโค้ดผ่านแอปพลิเคชัน i-SMART ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องพกกุญแจ เพียงใช้สมาร์ทโฟนก็สามารถสตาร์ทรถได้
NEW MG5 PRO มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ครบครัน อาทิ ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ, ABS, EBD, EBA, ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน, ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection System, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ, ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล, ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน และถุงลมนิรภัย 6 จุด มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง NEW MG5 PRO มีสีตัวถังให้เลือกมากถึง 6 สี โดยมีสีเขียว Mineral Green เป็นสีไฮไลท์
การปรากฏตัวของยนตรกรรมทั้ง 4 รุ่นนี้ ณ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ MG ในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะที่น่าประทับใจ และราคาที่เข้าถึงได้ หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจ หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต เชิญมาเยี่ยมชมบูธ MG ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถยนต์ MG รุ่นใหม่ ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และเตรียมพบกับประสบการณ์การขับเคลื่อนที่เหนือกว่าได้เร็วๆ นี้.