
MG เปิดตัวยนตรกรรมแห่งอนาคต: สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า NEW MG CYBERSTER นำทัพพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ณ Bangkok International Motor Show 2024
ในวาระฉลอง 100 ปี แห่งประวัติศาสตร์ยานยนต์ระดับโลก MG ได้ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าที่เคย ตั้งแต่สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าเปิดประทุนสุดหรู NEW MG CYBERSTER รุ่นพวงมาลัยขวา ที่เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน, NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็กขวัญใจสายซิ่ง ที่มาพร้อมรุ่นสมรรถนะสูง XPOWER และรุ่นผลิตในไทย STANDARD RANGE และ LONG RANGE, E-MPV ขนาดกลาง NEW MG MAXUS 7 ที่พร้อมมอบความสบายและความอเนกประสงค์, ไปจนถึง NEW MG5 PRO สปอร์ตคูเป้ซีดานโฉมใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวและห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในกลุ่ม ยนตรกรรมเหล่านี้จะถูกจัดแสดง ณ บูธ MG หมายเลข A8 อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2567
NEW MG CYBERSTER: สุดยอดสปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าที่สะท้นทุกโสตประสาท
ปฏิเสธไม่ได้ว่า NEW MG CYBERSTER คือดาวเด่นของการเปิดตัวในครั้งนี้ ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของรถสปอร์ตอังกฤษยุคคลาสสิก ผสานกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างลงตัว การออกแบบจาก SAIC’s Advanced Design Studio ณ กรุงลอนดอน สะท้อนความพิถีพิถันในทุกเส้นสาย ด้วยประตูแบบปีกนกที่เปิด-ปิดด้วยระบบสัมผัส และหลังคาซอฟต์ท็อปที่สามารถเปิดรับสายลมได้อย่างอิสระ กระจังหน้าเรียวยาวรับกับโคมไฟหน้า LED ดีไซน์ล้ำสมัยภายใต้คอนเซ็ปต์ “Eye of the Storm” ส่วนไฟท้ายนั้นได้แรงบันดาลใจจากธง Union Jack อันเป็นเอกลักษณ์ของสหราชอาณาจักร เสริมความสปอร์ตด้วยเส้นสายโค้งมนรับกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว
ภายในห้องโดยสารของ NEW MG CYBERSTER คือนิยามใหม่ของความหรูหราและความสบาย ด้วยการตกแต่งแบบทูโทน ใช้วัสดุ Soft Touch คุณภาพสูง เบาะนั่งดีไซน์พิเศษแบบ Y-Shape ที่โอบรับสรีระ ทำจากหนัง Nappa สลับกับ Alcantara ให้สัมผัสที่เหนือระดับ เทคโนโลยีล้ำสมัยถูกนำมาใส่ไว้อย่างครบครัน อาทิ ชุดจอแสดงผลแบบ Triple-Screen ขนาด 7 นิ้ว, 10.25 นิ้ว และ 7 นิ้ว ที่เรียงต่อกัน มอบข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่เชื่อมต่อทุกการสั่งการ และระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก Bose พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง สร้างประสบการณ์ความบันเทิงเหนือชั้น
สมรรถนะคือหัวใจสำคัญของ NEW MG CYBERSTER ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 544 แรงม้า (400 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 3.2 วินาที แบตเตอรี่ Ultra-Thin Rubik’s Cube ความจุ 77 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 503 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ด้านระบบช่วงล่างมาพร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระ Multi-link มอบการควบคุมที่แม่นยำ และมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัย ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 26 ระบบ ครอบคลุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ครบครัน
NEW MG4 ELECTRIC: ไอคอนแห่งรถแฮทช์แบ็กอีวี ที่ขับสนุก เหนือกว่าทุกการคาดหมาย
NEW MG4 ELECTRIC ได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เน้นการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) เสริมด้วยช่วงล่างอิสระทั้งด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ 5-Link Suspension ทำให้ NEW MG4 ELECTRIC มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ควบคู่ไปกับความปลอดภัยจากระบบ ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 26 ระบบ
ความสำเร็จของ NEW MG4 ELECTRIC ถูกยกระดับให้สูงขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวรุ่น XPOWER ที่สุดแห่งสมรรถนะ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มอบกำลังสูงสุด 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) แรงบิด 600 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาที แบตเตอรี่ Rubik’s Cube ความจุ 64 kWh (NMC) วิ่งได้ระยะทาง 480 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) มาพร้อมสีตัวถังใหม่สีเขียว Wild Hunter Green, หลังคาทูโทน (Blacktop), ล้ออัลลอย 18 นิ้ว และภายในที่มอบความสปอร์ตพรีเมียม ด้วยเบาะที่นั่งผสมผสานหนังสังเคราะห์และ Alcantara พร้อมระบบ One Pedal Driving ที่เพิ่มความสนุกในการขับขี่
นอกจากรุ่น XPOWER แล้ว MG ยังนำเสนอ NEW MG4 ELECTRIC ในรุ่นผลิตในประเทศไทย ได้แก่ STANDARD RANGE (แบตเตอรี่ 49 kWh) ที่วิ่งได้ระยะทาง 423 กม. (NEDC) และ LONG RANGE (แบตเตอรี่ 64 kWh) ที่วิ่งได้ไกลถึง 540 กม. (NEDC) ทั้งสองรุ่นมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร พร้อมการปรับปรุงฟังก์ชันที่สำคัญ เช่น Adaptive Grille ที่ช่วยระบายความร้อนอัตโนมัติ, ใบปัดน้ำฝนด้านหลัง, หน้าจอสัมผัสขนาด 12 นิ้ว, ช่องวางแก้วเพิ่มที่ประตู และราวมือจับสำหรับผู้โดยสาร รุ่น Standard Range มาพร้อมล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อม Aero Wheel Cover ส่วนรุ่น Long Range มาพร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้ว และสีตัวถังใหม่สีส้ม Fizzy Orange
NEW MG MAXUS 7: E-MPV อเนกประสงค์ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายเหนือระดับ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหายานยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของครอบครัว NEW MG MAXUS 7 คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ E-MPV ขนาดกลาง 7 ที่นั่ง คันนี้มาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ MG MAXUS Series โดดเด่นด้วยประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองข้าง, ฝาท้ายไฟฟ้า, มือจับประตูแบบซ่อนรูป และหลังคา Panoramic Sunroof มอบความโปร่งโล่งสบาย
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำและน้ำตาล ให้ความรู้สึกเรียบหรู คอนโซลหน้าแบบ Dual Layer พร้อมที่วางแก้วและแท่นชาร์จไร้สาย เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และจุดเด่นสำคัญคือเบาะนั่งแบบ Captain Seat ในแถวที่ 2 ที่โอบรับสรีระ มอบความสบายขั้นสูงสุด ระบบความบันเทิงและข้อมูลมาพร้อมหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ที่เชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto และที่พิเศษยิ่งกว่าคือระบบ V2L (Vehicle-to-Load) ที่สามารถจ่ายกระแสไฟ 6.6 kw ให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้
NEW MG MAXUS 7 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 90 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 480 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP MG เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถ Pre-booking NEW MG MAXUS 7 ได้ก่อนใคร ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2567 ผ่านช่องทางออนไลน์ของ MG พร้อมข้อเสนอพิเศษ จอง 10,000 บาท รับส่วนลดทันที 20,000 บาท
NEW MG5 PRO: สปอร์ตคูเป้ซีดาน ที่ดีไซน์ล้ำ สมรรถนะจัดจ้าน
ปิดท้ายด้วย NEW MG5 PRO ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยว สะดุดตา ยิ่งกว่าเดิม ด้วยกระจังหน้า Black Chrome Gladius Grille Design เสริมความพรีเมียมด้วยวัสดุ Smoke Chrome รอบคัน ล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ คงจุดเด่นของ MG5 PRO ในเรื่องของห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในเซกเมนต์ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน
การออกแบบภายในเน้นคอนโซลกลางแบบ Driver-focus cockpit ที่จัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ขับขี่ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, หลังคาซันรูฟขนาดใหญ่, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, หน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ระบบ Digital Key ที่ให้คุณรับ-ส่งโค้ดผ่านแอปพลิเคชัน i-SMART โดยไม่ต้องพกกุญแจ
ความมั่นใจในการขับขี่มาจากระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ที่ทำงานผสานกันอย่างลงตัว ครอบคลุมระบบเบรก ABS, EBD, EBA, ระบบช่วยเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน, ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Detection), กล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ, ระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และถุงลมนิรภัย 6 จุด NEW MG5 PRO มีสีตัวถังให้เลือกถึง 6 สี โดยมีสีใหม่คือสีเขียว Mineral Green เป็นสีไฮไลท์
สัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรม MG แห่งอนาคตได้แล้ววันนี้
MG ไม่ได้นำเสนอเพียงแค่รถยนต์ แต่คือการมอบประสบการณ์ใหม่แห่งการขับขี่ที่ผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และดีไซน์อันเหนือระดับ เข้าไว้ด้วยกัน หากคุณคือผู้ที่มองหาที่สุดของยานยนต์แห่งอนาคต พร้อมสมรรถนะที่เร้าใจ ดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสยนตรกรรมทั้ง 4 รุ่นที่กล่าวมานี้ ได้ที่บูธ MG หมายเลข A8 ในงาน Bangkok International Motor Show 2024 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และเตรียมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษที่จะทำให้คุณเป็นเจ้าของยนตรกรรมในฝันได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นรถยนต์ไฟฟ้า MG และศูนย์บริการ MG ในพื้นที่ใกล้คุณ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการของ MG ประเทศไทย หรือติดต่อผู้จำหน่าย MG ใกล้บ้านท่าน เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที