
MG ยุคใหม่: ฉลอง 100 ปี เปิดทัพยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำ นวัตกรรมยานยนต์ไทยก้าวสู่ปี 2025
ในโอกาสอันยิ่งใหญ่ของการฉลองครบรอบ 100 ปี แบรนด์ MG ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ การเดินทางสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าของ MG ในประเทศไทย มิใช่เพียงการปรับตัว แต่คือการประกาศศักยภาพและความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอนาคตยานยนต์ไทยสู่ระดับโลก การเปิดตัวครั้งนี้ มิใช่แค่การนำเสนอรถยนต์ แต่คือการนำเสนอวิสัยทัศน์และเทคโนโลยีที่จะกำหนดทิศทางของ รถยนต์ไฟฟ้า MG ในอีกทศวรรษข้างหน้า
MG Cyberster: สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า พวงมาลัยขวา ประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ
หัวใจสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือ NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่ง ที่มาพร้อมพวงมาลัยขวา สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน นี่คือยนตรกรรมที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตและความล้ำสมัยอย่างแท้จริง การออกแบบภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ SAIC’s Advanced Design Studio ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดดเด่นด้วยประตูปีกนกที่เปิด-ปิดด้วยระบบสัมผัสที่ล้ำสมัย และหลังคาซอฟต์ท็อปที่สามารถเปิดรับลมได้อย่างอิสระ กระจังหน้าเรียวยาว พร้อมไฟหน้าดีไซน์ “Eye of the Storm” และไฟท้ายที่ได้แรงบันดาลใจจากธง Union Jack อันสง่างาม เสริมด้วยเส้นสายตัวถังที่โค้งมนรับกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สะกดทุกสายตา
ภายในห้องโดยสารของ MG Cyberster คือการผสมผสานระหว่างความหรูหราและความทันสมัยได้อย่างลงตัว การตกแต่งแบบทูโทน พร้อมการใช้วัสดุ Soft touch และเบาะนั่งแบบ Y-Shape ที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ใช้วัสดุระดับพรีเมียมอย่างหนัง Nappa สลับกับหนัง Alcantara มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าคำบรรยาย เทคโนโลยีล้ำสมัยถูกผสานไว้อย่างแนบเนียนด้วยจอ Dashboard Triple-Screen ขนาด 7 นิ้ว, 10.25 นิ้ว และ 7 นิ้ว ที่เรียงต่อกัน มอบข้อมูลและประสบการณ์การควบคุมที่ไร้รอยต่อ พร้อมระบบอัจฉริยะ i-SMART และระบบเสียงคุณภาพจาก Bose พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ยกระดับการขับขี่ให้เป็นเสมือนคอนเสิร์ตส่วนตัว
ด้านสมรรถนะ MG Cyberster มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์คู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 544 แรงม้า (400 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 3.2 วินาที แบตเตอรี่ Ultra-Thin Rubik’s Cube ความจุ 77 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 503 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) เสริมด้วยระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระ Multi-link มอบการควบคุมที่แม่นยำและมั่นคง พร้อมระบบความปลอดภัย ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 26 ระบบ ครอบคลุมเทคโนโลยี ADAS อย่างครบถ้วน MG Cyberster ราคา อาจสูงแต่คุ้มค่ากับสมรรถนะและเทคโนโลยีที่ได้รับ
NEW MG4 ELECTRIC: ขับสนุก เร้าใจ พร้อมรุ่น XPOWER และทางเลือกเพื่อคนไทย
NEW MG4 ELECTRIC ยังคงเป็นดาวเด่นในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% ด้วยคอนเซ็ปต์ “ICON” นิยามของรถอีวีที่ขับสนุกและเป็นต้นแบบของมาตรฐานใหม่ พัฒนาบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ มอบการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 และจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) พร้อมช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงอย่างพิถีพิถัน ส่งผลให้ MG4 ELECTRIC มีสมรรถนะและการควบคุมที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
MG ได้ต่อยอดความสำเร็จของ MG4 ELECTRIC ด้วยการเปิดตัวรุ่น XPOWER ที่มาพร้อมขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.8 วินาที แบตเตอรี่ Rubik’s Cube Battery ขนาด 64 kWh (NMC) ให้ระยะทางวิ่ง 480 กิโลเมตร (NEDC) โดดเด่นด้วยสีเขียว Wild Hunter Green พร้อมหลังคา Blacktop และล้ออัลลอย 18 นิ้ว ภายในตกแต่งด้วยวัสดุผสมผสานหนังเทียมและ Alcantara เสริมด้วยระบบ One Pedal เพื่อประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น
สำหรับผู้บริโภคชาวไทย MG ยังได้นำเสนอ MG4 ELECTRIC STANDARD RANGE (49kWh) ที่วิ่งได้ 423 กิโลเมตร (NEDC) และ LONG RANGE (64kWh) ที่วิ่งได้ไกลถึง 540 กิโลเมตร (NEDC) โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 170 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร พร้อมการปรับปรุงฟังก์ชันมากมาย อาทิ ADAPTIVE GRILLE, ใบปัดน้ำฝนหลัง, หน้าจอสัมผัส 12 นิ้ว, ช่องวางแก้วที่ประตู และราวมือจับเสริม 3 ตำแหน่ง STANDARD RANGE มาพร้อมล้อ 17 นิ้ว ส่วน LONG RANGE มาพร้อมล้อ 18 นิ้ว และสีส้ม Fizzy Orange ที่สดใส การนำเสนอ MG4 ELECTRIC ราคา ที่เข้าถึงง่ายขึ้นพร้อมทางเลือกหลากหลาย สะท้อนความเข้าใจในตลาดไทยอย่างแท้จริง
NEW MG MAXUS 7: E-MPV อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่
เซอร์ไพรส์สำคัญสำหรับครอบครัวไทย คือการเปิดโอกาสให้สัมผัส NEW MG MAXUS 7 E-MPV ขนาดกลาง 7 ที่นั่ง ก่อนใคร ยนตรกรรมที่มอบความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ในระดับพรีเมียม การออกแบบภายนอกยังคงเอกลักษณ์ของ MG MAXUS Series ด้วยเส้นสายที่สง่างาม และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ประตูสไลด์ไฟฟ้าพร้อมฝาท้ายไฟฟ้า ระบบเปิดประตูแบบเก็บซ่อน และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ สร้างบรรยากาศภายในที่โปร่งสบาย
ภายในห้องโดยสารของ MG MAXUS 7 สะท้อนความเรียบหรูด้วยโทนสีดำตัดกับสีน้ำตาล คอนโซลหน้าแบบ Dual Layer พร้อมที่วางแก้วและแท่นชาร์จไร้สาย เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง มอบความสบายสูงสุด แถวที่สองมาพร้อมเบาะ Captain Seat ที่โอบรับสรีระอย่างลงตัว การเชื่อมต่อและความบันเทิงมาพร้อมหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto และที่พิเศษสุดคือระบบ V2L ที่สามารถแปลงรถให้เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้า 6.6 kW
ขุมพลังของ MG MAXUS 7 มาจากมอเตอร์ไฟฟ้า 245 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 90 kWh ให้ระยะทางวิ่งกว่า 480 กิโลเมตร (WLTP) MG ได้เปิดโอกาสให้คนไทยสามารถ Pre-booking NEW MG MAXUS 7 ได้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2567 พร้อมข้อเสนอพิเศษ จอง 10,000 บาท ใช้เป็นส่วนลด 20,000 บาท การเปิดจองล่วงหน้าสำหรับ MG MAXUS 7 แสดงถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์และต้องการให้ลูกค้าไทยได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ก่อนใคร
NEW MG5 PRO: สปอร์ตคูเป้ซีดาน ดีไซน์ล้ำ สเปคจัดเต็ม
ปิดท้ายทัพด้วย NEW MG5 PRO ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์สปอร์ตคูเป้ซีดาน ดีไซน์โฉบเฉี่ยวสะดุดตายิ่งกว่าเดิม กระจังหน้า Black Chrome Gladius Grille Design เสริมความพรีเมียมด้วยวัสดุ Smoke Chrome รอบคัน และล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ยังคงเอกลักษณ์ห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในเซกเมนต์
ภายใน MG5 PRO โดดเด่นด้วยคอนโซลกลางแบบ Driver-focus cockpit ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่โดยเฉพาะ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง หลังคาซันรูฟขนาดใหญ่ และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความสะดวกสบาย ระบบความบันเทิงมาพร้อมหน้าจอสัมผัส 10 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะดิจิทัล 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ระบบ Digital Key ที่รับ-ส่งโค้ดผ่านแอปพลิเคชัน i-SMART ช่วยให้การสตาร์ทรถเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้กุญแจ
ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง ประกอบด้วย ดิสก์เบรก 4 ล้อ, ABS, EBD, EBA, ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน, ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Detection System), กล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ, ระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และถุงลมนิรภัย 6 จุด MG5 PRO มีสีตัวถังให้เลือกถึง 6 สี โดยมีสีเขียว Mineral Green เป็นสีไฮไลท์ การนำเสนอ MG5 PRO แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดและการมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ครบครันในรถยนต์ซีดาน
อนาคตแห่งยานยนต์ไทย: MG เดินหน้าสู่ยุคใหม่
การเปิดตัวยนตรกรรมใหม่หลากหลายรุ่นของ MG ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการฉลองครบรอบ 100 ปี แต่เป็นการประกาศศักดาและความพร้อมของแบรนด์ในการเป็นผู้นำเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตั้งแต่สปอร์ตโรดสเตอร์สุดหรูอย่าง MG Cyberster, แฮทช์แบ็คที่ขับสนุกอย่าง MG4 ELECTRIC, E-MPV อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวอย่าง MG MAXUS 7 ไปจนถึงสปอร์ตซีดานที่โดดเด่นอย่าง MG5 PRO สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
ด้วยการยกระดับเทคโนโลยี นวัตกรรม และประสบการณ์การขับขี่ MG ได้ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ยุคแห่งความยั่งยืนและล้ำสมัย การมุ่งเน้นไปที่ รถยนต์ไฟฟ้า MG แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะมอบทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค พร้อมด้วยบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน และการสร้างชุมชนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง
สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำจาก MG สามารถเยี่ยมชมได้ที่บูธ MG หมายเลข A8 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายนนี้ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสัมผัสประสบการณ์ทดลองขับกับ ศูนย์บริการ MG ใกล้บ้านท่าน เพื่อค้นหารถยนต์ไฟฟ้า MG ที่ใช่สำหรับคุณ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอนาคตยานยนต์ไทยไปด้วยกัน