• Sample Page
filmthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

G2512017 สาม ใครเป นแบบน าง part2

admin79 by admin79
January 19, 2026
in Uncategorized
0
G2512017 สาม ใครเป นแบบน าง part2

MG3 Hybrid+: ปฏิวัติวงการรถยนต์ไฮบริดขนาดเล็ก สู่ยุคใหม่แห่งความคุ้มค่าและสมรรถนะ

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีรถยนต์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ซึ่งเมื่อก่อนเคยถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้ยาก แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นกระแสหลักที่ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างล้นหลาม และท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือดนี้เอง ยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่สร้างความฮือฮาและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างแท้จริง คือ MG3 Hybrid+

การเปิดตัว MG3 Hybrid+ ไม่ได้เป็นเพียงการเติมเต็มไลน์อัพของแบรนด์ MG ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดรถยนต์ไฮบริดขนาดเล็กกำลังจะถูกพลิกโฉมอีกครั้ง ด้วยการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวสะดุดตา สมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในราคาที่จับต้องได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

MG3 Hybrid+ 2025: นิยามใหม่ของความแรงและความประหยัดที่มาพร้อมดีไซน์เร้าใจ

ผมเชื่อว่าหลายท่านที่ได้เห็น MG3 Hybrid+ เป็นครั้งแรก ต่างต้องมนต์เสน่ห์ของมันอย่างแน่นอน เพราะดีไซน์ภายนอกที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นั้น ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว และมีความเป็นสากลมากขึ้น เส้นสายที่เฉียบคม ไฟหน้า LED ที่เรียวยาวรับกับกระจังหน้าแบบใหม่ ทำให้รถดูดุดันและมีมิติ ในงาน BIG MOTOR SALE 2024 ที่จัดขึ้น ณ ไบเทค บางนา ผมได้เห็น MG3 Hybrid+ รุ่นตกแต่งพิเศษ ที่ยิ่งเน้นย้ำถึงภาพลักษณ์ที่สปอร์ตและทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่งรอบคัน สปอยเลอร์หลัง และล้ออัลลอยขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนถึง DNA ความสปอร์ตของแบรนด์ MG ได้อย่างชัดเจน

แต่เบื้องหลังรูปลักษณ์ที่น่าหลงใหลนั้น สิ่งที่ทำให้ MG3 Hybrid+ กลายเป็นดาวเด่นในตลาดรถยนต์ไฮบริดขนาดเล็กอย่างแท้จริง คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะและความประหยัดอย่างที่หาคู่แข่งได้ยาก การทดสอบขับขี่จริงยืนยันว่า อัตราเร่งที่ฉับไว การตอบสนองที่ฉับไว และที่สำคัญที่สุดคือ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่น่าประทับใจ เป็นสิ่งที่เหนือกว่าคำบรรยายในโบรชัวร์

ราคาที่เข้าถึงได้: ก้าวแรกสู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีไฮบริด

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ MG3 Hybrid+ ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม คือราคาที่ตั้งไว้ได้อย่างชาญฉลาด บริษัท SAIC Motor-CP จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทย ได้ประกาศราคา All NEW MG 3 Hybrid+ ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเปิดตัว:

MG 3 Hybrid+ D: ราคา 559,900 บาท
MG 3 Hybrid+ X: ราคา 599,900 บาท

หมายเหตุ: ราคานี้เป็นราคาพิเศษสำหรับ 1,000 คันแรกเท่านั้น หลังจากนั้นราคาจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 579,900 – 619,900 บาทตามลำดับ

การตั้งราคาเช่นนี้ ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดรถยนต์ไฮบริดขนาดเล็ก ที่ปกติแล้วจะมีราคาสูงกว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ MG3 Hybrid+ ได้ทำลายกำแพงนั้นลง ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ C-Segment ทั่วไป ทำให้ผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัดสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ MG ยังมอบความอุ่นใจให้กับผู้บริโภคด้วยการรับประกันคุณภาพที่ยอดเยี่ยม:

รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร
รับประกันแบตเตอรี่ Hybrid: 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ยาวนานถึง 10 ปีโดยไม่จำกัดระยะทาง เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมั่นใจในเทคโนโลยีและคุณภาพของ MG ที่มอบให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฮบริด

รายละเอียดชุดตกแต่งพิเศษ: เน้นย้ำเอกลักษณ์ความสปอร์ต

สำหรับรุ่นตกแต่งพิเศษที่ได้จัดแสดงในงาน BIG MOTOR SALE 2024 นั้น เป็นการเนรมิต MG3 Hybrid+ ให้กลายเป็นรถสปอร์ตซีดานที่ดุดันยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งที่น่าสนใจหลายรายการ ดังนี้:

สเกิร์ตรอบคัน 4 ชิ้น: เสริมลุคให้ดูต่ำและกว้างสง่า
ล้อขนาด 18 นิ้ว: โดดเด่นและเพิ่มความหนึบหน่วงในการเข้าโค้ง
คาลิปเปอร์ขนาดใหญ่พร้อมจานเบรก: เน้นย้ำสมรรถนะการหยุดที่ทรงพลัง
สปอยเลอร์หลัง: เพิ่ม Aerodynamic และความสปอร์ต
ช่วงล่าง Profender ปรับเกลียว: สามารถปรับระดับความสูงต่ำได้ถึง 1.5 นิ้ว ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่แน่นหนึบ
แผ่นเพลทตกแต่งประตูหน้า: รายละเอียดเล็กๆ ที่เพิ่มความพิเศษ
ฝาท้ายไฟฟ้า: อำนวยความสะดวกในการเปิด-ปิด
แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกดีไซน์สปอร์ต: เพิ่มอารมณ์ในการขับขี่
ฝาครอบกระจกมองข้างคาร์บอน: ดึงดีไซน์จาก MG5 มาเสริมความพรีเมียม

การตกแต่งเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เสริมความหล่อเหลา แต่ยังสะท้อนถึงสมรรถนะที่แฝงเร้นอยู่ภายใน MG3 Hybrid+ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบความแรงและสไตล์สปอร์ตจะหลงรัก

มิติตัวถัง: ความคล่องตัวในเมืองและการใช้งานที่หลากหลาย

MG3 Hybrid+ 2025 มาพร้อมมิติตัวถังที่ลงตัวสำหรับการใช้งานในเมืองไทย:

ความยาว: 4,113 มิลลิเมตร
ความกว้าง: 1,797 มิลลิเมตร
ความสูง: 1,502 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ: 2,570 มิลลิเมตร
ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ (Ground Clearance): 117 มิลลิเมตร

แม้ว่าระยะ Ground Clearance อาจจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไป และการที่ตัวรถไม่สูงจนเกินไปนัก ก็ช่วยให้การเข้าโค้งทำได้ดีขึ้น นอกจากนี้ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีขนาด 293 ลิตร ซึ่งสามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 1,037 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลง ทำให้มีความยืดหยุ่นในการขนสัมภาระได้อย่างมาก ส่วนความจุถังน้ำมัน 36 ลิตร เมื่อผนวกกับระบบไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน จะทำให้ระยะทางการขับขี่ต่อการเติมน้ำมันหนึ่งครั้งนั้นยาวนานอย่างน่าพอใจ

ขุมพลังไฮบริด: หัวใจสำคัญที่มอบทั้งพลังและความประหยัด

หัวใจสำคัญที่ทำให้ MG3 Hybrid+ เป็นที่กล่าวขาน คือระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ได้รับการออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว:

เครื่องยนต์เบนซิน: 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร (1,498 ซีซี) พละกำลังสูงสุด 102 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 128 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที พร้อมระบบแปรผันวาล์ว DVVT
มอเตอร์ไฟฟ้า: แบบ High-performance Permanent Magnet Synchronous Motors พละกำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร
พละกำลังรวมทั้งระบบ: สูงสุด 143 กิโลวัตต์ หรือ 194 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่: Lithium-ion (NMC) ความจุ 1.83 kWh
ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ E-AT 3 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)

การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ MG3 Hybrid+ สามารถมอบอัตราเร่งที่ทันใจ โดยเฉพาะในช่วงออกตัวและเร่งแซง มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยเสริมแรง ทำให้การขับขี่มีความต่อเนื่องและนุ่มนวล ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยี KERS (Kinetic Energy Recovery System) หรือระบบเก็บเกี่ยวพลังงานจลน์จากการเบรก สามารถปรับได้ 3 ระดับ (มาก ปานกลาง น้อย) ช่วยรีชาร์จพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การประหยัดน้ำมันเป็นไปได้อย่างยอดเยี่ยม

โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย

MG3 Hybrid+ มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ที่ตอบสนองการใช้งานในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน:

ECO: เน้นการประหยัดน้ำมันสูงสุด โดยจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้เหมาะสม
NORMAL: การขับขี่ทั่วไป ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด
SPORT: มอบอัตราเร่งที่จัดจ้านยิ่งขึ้น ตอบสนองคันเร่งไวขึ้น เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ

การมีโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนอารมณ์การขับขี่ได้ตามความต้องการ หรือตามสภาพการจราจร

อุปกรณ์ภายนอก: ความทันสมัยและความสะดวกสบาย

MG3 Hybrid+ มาพร้อมอุปกรณ์ภายนอกที่ครบครัน ทันสมัย และให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน:

ไฟหน้า Projector Lens LED: ให้ความสว่างชัดเจน พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และระบบไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (Follow-Me-Home)
DRL แบบ LED: ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัย
กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมระบบพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ: สะดวกสบายและปลอดภัย
ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว (สำหรับรุ่น D) และยาง 195/55 R16: ให้ความมั่นคงในการขับขี่
ช่วงล่าง: ด้านหน้าแบบอิสระ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบคานบิดกึ่งอิสระ Torsion Beam ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลและเกาะถนน
ระบบเบรก: ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ

ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ MG3 Hybrid+ คุณจะพบกับบรรยากาศที่ทันสมัย หรูหรา และเต็มไปด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก:

เบาะนั่ง: หุ้มด้วยวัสดุผ้าสีดำ (รุ่น D) และวัสดุหนังสังเคราะห์สลับผ้าสีทูโทน ขาว-ดำ (รุ่น X) เบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง และผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง
พวงมาลัย: ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์
กระจกหน้าต่างไฟฟ้า: แบบ One Touch Up-Down ด้านคนขับ
หน้าจอชุดมาตรวัด: Digital Multi-Function ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน
หน้าจอสัมผัสกลาง: ขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
ระบบเสียง: พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง ให้คุณภาพเสียงที่น่าประทับใจ
ระบบปรับอากาศ: แบบดิจิทัล พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบกุญแจ Smart Key และปุ่ม Push Start: เพิ่มความสะดวกสบายในการสตาร์ทและเข้า-ออกรถ

รุ่น X: ยกระดับความพรีเมียมด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง

สำหรับรุ่น MG 3 Hybrid+ X ที่มีราคาสูงกว่า จะมาพร้อมอุปกรณ์เพิ่มเติมที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่และความปลอดภัยให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกขั้น:

กล้องรอบคัน 360 องศา แบบ High Definition: ช่วยให้การจอดรถและการขับขี่ในที่แคบทำได้อย่างมั่นใจ
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ: เพิ่มความสะดวกสบาย
แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger: อำนวยความสะดวกในการชาร์จอุปกรณ์
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC – Adaptive Cruise Control): ช่วยรักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA – Traffic Jam Assist): ช่วยลดภาระการขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัด
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA – Lane Keep Assist, ELK – Emergency Lane Keeping System, LDP – Lane Departure Prevention): เทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยป้องกันการออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW – Lane Departure Warning): แจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน
ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้า (FCW – Forward Collision Warning): แจ้งเตือนเมื่อมีแนวโน้มที่จะชนรถคันหน้า
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB – Autonomous Emergency Braking): ระบบความปลอดภัยที่สำคัญ สามารถช่วยหยุดรถได้เองในกรณีฉุกเฉิน
ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ (UDW – Unsteady Driving Warning): แจ้งเตือนเมื่อตรวจพบความผิดปกติของรูปแบบการขับขี่
ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (IHC – Intelligent High-beam control): ปรับการทำงานของไฟสูง-ไฟต่ำอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนรถคันอื่น

การติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงเหล่านี้ในรถยนต์ขนาดเล็กในราคาที่เข้าถึงได้ ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญของ MG3 Hybrid+ X ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างมาก

ระบบความปลอดภัย: มาตรฐานที่เหนือกว่า

MG3 Hybrid+ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด ด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครันมาตรฐานยุโรป:

ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง: ครอบคลุมทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย
ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS): พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBA)
ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว (XDS): ช่วยให้การเข้าโค้งที่ความเร็วสูงทำได้ดีขึ้น
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS): เพิ่มการยึดเกาะถนน
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS): ป้องกันรถไหลเมื่อออกตัวบนทางชัน
ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อเบรกฉุกเฉิน (ESS): ไฟเบรกกะพริบเพื่อเตือนรถคันหลัง
ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (TPMS): แจ้งเตือนเมื่อแรงดันลมยางผิดปกติ
จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX: สำหรับการติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยเด็ก
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock): ล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถมีความเร็ว
สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง: ช่วยในการจอดรถ
ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer: ป้องกันการโจรกรรม

สรุป: MG3 Hybrid+ ทางเลือกใหม่ที่น่าจับตาสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่

จากประสบการณ์ของผมในวงการยานยนต์ MG3 Hybrid+ คือรถยนต์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับตลาดเมืองไทยในปี 2025 เป็นต้นไป ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง เทคโนโลยีไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน ดีไซน์ที่สปอร์ตโดดเด่น และที่สำคัญที่สุดคือ ราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้ MG3 Hybrid+ กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างแท้จริง

หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งการใช้งานในเมือง การเดินทางไกล หรือแม้แต่การเติมเต็มความสนุกในการขับขี่ โดยไม่ทิ้งเรื่องความประหยัดและความทันสมัย MG3 Hybrid+ คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม

อย่ารอช้า! สัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูม MG ทั่วประเทศ เพื่อค้นพบว่า MG3 Hybrid+ จะเปลี่ยนมุมมองของคุณต่อรถยนต์ไฮบริดขนาดเล็กไปตลอดกาล

Previous Post

G2512016 แค ปล อยวางได ใจก เป นส part2

Next Post

G2512018 คนหลงเม part2

Next Post
G2512018 คนหลงเม part2

G2512018 คนหลงเม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • G2912021 หาเงินแต่งให้ลูกชาย part2
  • G2912020 แต่งงานไปแล้วอยากได้เงินคืน part2
  • G2912018 ความเห็นแก่ตัวของคนมันปกปิดไม่ได้ part2
  • G2912017 ปล่อยให้มันมานะอยู่ข้างแม่ part2
  • G2912014 กลัวจะเสียลูกชายคนเดียวไป part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.