• Sample Page
filmthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

G2412001 อย สบายๆไม ชอบ part2

admin79 by admin79
February 4, 2026
in Uncategorized
0
G2412001 อย สบายๆไม ชอบ part2

ขีดสุดแห่งนวัตกรรมยานยนต์: เจาะลึก Mitsubishi XPANDER HEV, XPANDER CROSS HEV และ Triton Street 2025 ยกระดับประสบการณ์ขับขี่สู่ทศวรรษใหม่

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าสิบปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดไทยมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ปี 2025 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งอย่างมิตซูบิชิ ที่ได้เปิดตัวสองโมเดลสำคัญที่จะเข้ามาเขย่าตลาด นั่นคือ Mitsubishi XPANDER HEV และ XPANDER CROSS HEV 2025 สำหรับกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่และผู้ประกอบการ และ Mitsubishi Triton Street 2025 ในกลุ่มรถกระบะสายสตรีทที่ผสานความแกร่งเข้ากับสไตล์ได้อย่างลงตัว

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 กำลังมุ่งหน้าสู่ยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงแค่ยานพาหนะ แต่ต้องการ “โซลูชั่น” ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในมิติของประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ความปลอดภัยที่ก้าวล้ำ ดีไซน์ที่โดดเด่น และเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ มิตซูบิชิเล็งเห็นเทรนด์นี้และได้รังสรรค์รถยนต์ทั้งสองซีรีส์ให้เป็นมากกว่าพาหนะ แต่เป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมไปกับคุณในทุกช่วงเวลา

Mitsubishi XPANDER HEV และ XPANDER CROSS HEV 2025: นิยามใหม่ของ MPV ไฮบริดเพื่ออนาคต

การมาถึงของ XPANDER HEV และ XPANDER CROSS HEV ในปี 2025 นี้ ไม่ใช่แค่การอัปเดตโมเดลประจำปี แต่เป็นการประกาศถึงยุคใหม่ของรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด (HEV) ที่ล้ำหน้า รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคำตอบของการใช้ชีวิตในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว ประหยัดพลังงาน และการเดินทางต่างจังหวัดที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบายสูงสุด

ในยุคที่ราคาน้ำมันยังคงผันผวน เทคโนโลยีไฮบริดจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “ความจำเป็น” สำหรับรถยนต์ครอบครัวขนาดใหญ่ การผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าใน XPANDER HEV และ XPANDER CROSS HEV มอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่น่าประทับใจ การออกตัวที่นุ่มนวลและเงียบกริบในโหมด EV รวมถึงการเร่งแซงที่ฉับไวด้วยพลังเสริมจากมอเตอร์ไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ที่ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปโรงเรียนของลูกๆ การประชุมทางธุรกิจ หรือการพาครอบครัวท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว

ราคาและทางเลือกที่คุ้มค่า

สำหรับ Mitsubishi XPANDER HEV 2025 มาพร้อมราคาจำหน่ายที่ 939,000 บาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและคุณสมบัติที่ได้รับ โดยมีสีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีเงิน (Blade Silver), สีเทา (Graphite Grey) และสีขาวหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) ที่เพิ่มความพิเศษด้วยราคาเพียง 15,000 บาท แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่ช่วยให้รถดูมีระดับยิ่งขึ้น

ขณะที่ Mitsubishi XPANDER CROSS HEV 2025 ซึ่งถูกปรับแต่งให้มีรูปลักษณ์และสมรรถนะที่พร้อมลุยยิ่งขึ้น ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 969,000 บาท โดยมีตัวเลือกสีที่โดดเด่นถึง 4 สี ได้แก่ สีเทา (Graphite Grey), สีดำ (Jet Black Mica), สีขาวหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) และสีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze with Black Roof) ซึ่งรุ่นหลังคาดำเหล่านี้มีราคาเพิ่ม 15,000 บาทเช่นกัน การมีทางเลือกสีที่หลากหลายและดีไซน์ที่แตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรถที่ตรงกับสไตล์และความต้องการของตนเองได้อย่างแท้จริง

ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่ผสานความดุดันในแบบฉบับ Dynamic Shield

หัวใจสำคัญของการออกแบบภายนอกของ XPANDER HEV และ XPANDER CROSS HEV 2025 คือปรัชญา “Dynamic Shield” ที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ด้วยกระจังหน้าและกันชนดีไซน์ใหม่ที่โฉบเฉี่ยว เส้นสายที่เฉียบคมและทรงพลังยิ่งขึ้น กรอบตกแต่งไฟหน้ารมดำช่วยเพิ่มลุคสปอร์ตและความลึกลับให้กับตัวรถ ไฟตัดหมอก LED และไฟท้าย LED สี Smoke ไม่เพียงแต่ให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม แต่ยังเสริมให้ตัวรถดูทันสมัยและโดดเด่นบนท้องถนนในยามค่ำคืน

สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ซึ่งไม่เพียงเสริมภาพลักษณ์ให้ดูแข็งแกร่งและพรีเมียม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและการควบคุมรถอีกด้วย โดยเฉพาะในรุ่น XPANDER CROSS HEV ที่ถูกออกแบบมาให้มีภาพลักษณ์ที่ “พร้อมลุย” มากขึ้น ด้วยเส้นสายที่ดูบึกบึน และความสูงใต้ท้องรถที่เหมาะสม ทำให้ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกไปผจญภัยในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ก็พร้อมรับมือกับทุกสภาพถนนได้อย่างมั่นใจ

ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งการเดินทางสำหรับทุกคน

ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ XPANDER HEV และ XPANDER CROSS HEV 2025 คุณจะพบกับความประณีตที่เหนือระดับและฟังก์ชันการใช้งานที่คิดมาอย่างดี สำหรับ XPANDER HEV ภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัย ขณะที่ XPANDER CROSS HEV มาพร้อมการตกแต่งโทนสีน้ำตาล-ดำ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น หรูหรา และเป็นธรรมชาติมากขึ้น

เบาะนั่งใหม่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังมาพร้อมคุณสมบัติพิเศษ “Heat Guard” ที่ช่วยสะท้อนความร้อน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้การเดินทางในวันที่แดดจัดเป็นไปอย่างสบายตัวยิ่งขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่แบบ 7 ที่นั่ง คือจุดเด่นที่ทำให้ XPANDER เป็นรถครอบครัวในฝัน สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขนสัมภาระชิ้นใหญ่ หรือจัดที่นั่งสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้อย่างยืดหยุ่น สร้างความสะดวกสบายและอเนกประสงค์ในการใช้งานอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ระบบความบันเทิงก็ได้รับการอัปเกรดให้ทันสมัย หน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay & Android Auto แบบไร้สาย ทำให้การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเป็นไปอย่างง่ายดายและไร้รอยต่อ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันนำทาง เพลงโปรด หรือรับสายเรียกเข้าได้อย่างสะดวกสบาย มอบประสบการณ์การเดินทางที่ครบครันทั้งความบันเทิงและการเชื่อมต่อที่ไม่มีสะดุด

ระบบความปลอดภัย: Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา เพื่อความอุ่นใจสูงสุด

มิตซูบิชิให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด และในรุ่น XPANDER HEV และ XPANDER CROSS HEV 2025 นี้ ก็ได้ติดตั้งระบบความปลอดภัยเชิงรุก “Diamond Sense” ที่ครอบคลุม 360 องศา มาอย่างครบครัน พร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เพื่อปกป้องผู้โดยสารในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ระบบเหล่านี้ประกอบด้วย:
ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert – RCTA): ช่วยเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถยนต์หรือวัตถุเคลื่อนที่มาจากด้านข้างขณะถอยออกจากช่องจอด ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning with Lane Change Assist – BSW with LCA): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนทางหลวงและถนนหลายเลน
ระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning – LDW): ส่งสัญญาณเตือนเมื่อรถกำลังจะออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ ช่วยลดความเมื่อยล้าและเพิ่มสมาธิในการขับขี่
กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor): (มีใน XPANDER CROSS HEV 2025) ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพรอบตัวรถแบบ 360 องศา ผ่านหน้าจอภายในรถ ทำให้การจอดรถในพื้นที่แคบหรือการหลบหลีกสิ่งกีดขวางเป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

การผสมผสานเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ XPANDER HEV และ XPANDER CROSS HEV ไม่เพียงแต่เป็นรถที่ขับสนุกและประหยัด แต่ยังเป็นรถที่มอบความอุ่นใจและความมั่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง เหมาะสำหรับครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

Mitsubishi Triton Street 2025: กระบะสายพันธุ์แกร่ง ดีไซน์สปอร์ตดุดัน

สำหรับคอรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน คือชื่อที่คุ้นเคยในฐานะรถกระบะที่ทนทาน แข็งแกร่ง และเปี่ยมด้วยสมรรถนะ แต่ในปี 2025 นี้ Mitsubishi Triton Street (เมกะ แค็บ ตัวเตี้ย) ได้ถูกปรับโฉมให้มีความเป็น “สตรีท” มากขึ้น ด้วยดีไซน์ที่สปอร์ตดุดัน และสมรรถนะที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเป็นรถคู่ใจสำหรับธุรกิจยุคใหม่

ในตลาดรถกระบะประเทศไทยที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด Triton Street 2025 โดดเด่นด้วยการผสมผสานความหล่อเหลาเข้ากับความแกร่งตามแบบฉบับของไทรทันได้อย่างลงตัว กลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่ต้องการรถกระบะที่มีภาพลักษณ์โดดเด่น ไม่ทิ้งความแข็งแกร่งเพื่อการบรรทุกและใช้งานจริง พร้อมด้วยฟังก์ชันการเชื่อมต่อและความปลอดภัยที่ครบครัน

ราคาและสีที่น่าสนใจ

Mitsubishi Triton Street 2025 (เมกะ แค็บ ตัวเตี้ย) มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 649,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่าสำหรับรถกระบะที่มีดีไซน์และเทคโนโลยีที่โดดเด่น โดยมีให้เลือก 3 สีหลัก ได้แก่ สีขาว (Solid White), สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Grey) ซึ่งสำหรับสีเงินและสีเทา จะมีราคาเพิ่ม 7,000 บาท แสดงให้เห็นถึงความพรีเมียมที่เพิ่มเข้ามาในตัวเลือกสีเหล่านี้ การกำหนดราคาเช่นนี้ ทำให้ Triton Street เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะคันแรก หรือต้องการอัปเกรดจากรุ่นเดิม

ดีไซน์ภายนอก: สปอร์ตเต็มพิกัด พร้อมลุยทุกเส้นทาง

Triton Street 2025 ได้รับการตกแต่งกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตใหม่ที่ให้ความรู้สึกดุดันและทันสมัยยิ่งขึ้น ผสานกับเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ของไทรทันที่สื่อถึงความแข็งแกร่งอย่างชัดเจน ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์พิเศษ ไม่เพียงเสริมให้ตัวรถดูเตี้ยและสปอร์ตมากขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่บนท้องถนน ให้ความรู้สึกมั่นคงและควบคุมง่าย ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือการเดินทางออกนอกเมืองที่ต้องการสมรรถนะที่ไว้ใจได้

ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นนี้ Triton Street ไม่ได้เป็นเพียงรถกระบะเพื่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังเป็น “แฟชั่นไอคอน” ที่สะท้อนถึงบุคลิกของผู้ขับขี่ที่รักความท้าทาย ชอบความแตกต่าง และไม่หยุดนิ่ง

แชสซีส์ MEGA FRAME: แกร่งแต่เบา สรรค์สร้างความทนทาน

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Mitsubishi Triton Street 2025 คือโครงสร้างแชสซีส์แบบ “MEGA FRAME” ที่มีขนาดใหญ่ แข็งแรงเป็นพิเศษ แต่กลับมีน้ำหนักเบา ซึ่งเป็นผลมาจากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องของมิตซูบิชิ โครงสร้างนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทนทานให้กับตัวรถ รองรับน้ำหนักบรรทุกได้ดีเยี่ยม แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ และลดแรงสั่นสะเทือนในห้องโดยสาร ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างนุ่มนวลและสบายยิ่งขึ้น การผสานความแข็งแกร่งเข้ากับน้ำหนักที่เหมาะสม ทำให้ Triton Street มีสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ทั้งบนทางเรียบและเส้นทางขรุขระ

เครื่องยนต์ดีเซลทรงพลัง ประหยัดน้ำมัน ตอบสนองทันใจ

Triton Street 2025 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลอันเลื่องชื่อของมิตซูบิชิ ที่ได้รับการปรับแต่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านกำลังและอัตราประหยัดน้ำมัน ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องการอัตราเร่งที่ทันใจ หรือการเดินทางระยะไกลที่ต้องการพละกำลังในการบรรทุกและลากจูง เครื่องยนต์นี้ได้รับการพิสูจน์แล้วถึงความทนทานและประหยัดน้ำมัน ทำให้ Triton Street เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลดต้นทุนเชื้อเพลิงในระยะยาว

ภายในห้องโดยสาร: ดีไซน์เรียบง่าย ทันสมัย และเชื่อมต่อโลกได้ตลอดเวลา

ภายในห้องโดยสารของ Triton Street 2025 ตกแต่งด้วยโทนสีดำที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความทันสมัย แผงควบคุมและอุปกรณ์ต่างๆ ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay & Android Auto เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Triton Street ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับรถได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อใช้งานระบบนำทาง เล่นเพลงโปรด หรือโทรออกรับสายได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย ทำให้ทุกการเดินทางไม่ว่าจะเพื่อการทำงานหรือพักผ่อน เป็นไปอย่างเพลิดเพลินและไม่ขาดการเชื่อมต่อ

ยกระดับความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ

มิตซูบิชิไม่เคยประนีประนอมในเรื่องความปลอดภัย และใน Triton Street 2025 นี้ ก็ได้ยกระดับความปลอดภัยเหนือชั้นด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation System with Pedestrian Detection — FCM) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุกที่สำคัญยิ่งในปัจจุบัน ระบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเมื่อมีคนเดินเท้าตัดหน้ารถอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในสภาพการจราจรของประเทศไทย

การเพิ่มระบบ FCM นี้เข้ามาในไลน์อัพมิตซูบิชิ ไทรทัน ทุกรุ่น รวมถึง Triton Street ด้วย ถือเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการมอบความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน มอบความมั่นใจในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันพักผ่อน

บทสรุป: ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจกับ Mitsubishi 2025

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่า Mitsubishi XPANDER HEV, XPANDER CROSS HEV และ Triton Street 2025 เป็นการตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ของมิตซูบิชิในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทยได้อย่างลงตัวและทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ไฮบริดที่มอบทั้งความประหยัด ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยสำหรับครอบครัวยุคใหม่ หรือรถกระบะสายสตรีทที่ผสานความแกร่งเข้ากับดีไซน์สปอร์ตพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยสำหรับคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ

การลงทุนในรถยนต์เหล่านี้ในปี 2025 ไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่เป็นการลงทุนในอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูงสุด ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการเดินทางของคุณไปอีกขั้น

สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คู่ใจคันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถ MPV ที่ตอบโจทย์การใช้งานอเนกประสงค์ หรือรถกระบะที่แข็งแกร่ง ทันสมัย และประหยัดน้ำมัน ผมขอเชิญชวนให้คุณสัมผัสยนตรกรรมทั้งสองโมเดลใหม่นี้ และรุ่นอื่นๆ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มอีกมากมาย ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี หรือเยี่ยมชมโชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศเพื่อทดลองขับและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ใช่และดีที่สุดสำหรับคุณและคนที่คุณรัก มิตซูบิชิพร้อมก้าวไปกับคุณในทุกเส้นทาง!

Previous Post

G0402003 กท เก บมาเล ยงก เป นล กเหม อนก ทำไมให เง นไ part2

Next Post

G2412003 แม วด เอาผ วอย หม part2

Next Post
G2412003 แม วด เอาผ วอย หม part2

G2412003 แม วด เอาผ วอย หม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • G2912021 หาเงินแต่งให้ลูกชาย part2
  • G2912020 แต่งงานไปแล้วอยากได้เงินคืน part2
  • G2912018 ความเห็นแก่ตัวของคนมันปกปิดไม่ได้ part2
  • G2912017 ปล่อยให้มันมานะอยู่ข้างแม่ part2
  • G2912014 กลัวจะเสียลูกชายคนเดียวไป part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.