• Sample Page
filmthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

G2912013 ความรักที่ไม่เคยเท่ากันเลย part2

admin79 by admin79
January 23, 2026
in Uncategorized
0
G2912013 ความรักที่ไม่เคยเท่ากันเลย part2

เจาะลึกยอดจองครึ่งทาง Motor Expo 2025: ใครคือดาวเด่นแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย?

งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่ดุเดือดและนวัตกรรมยานยนต์ที่ก้าวล้ำไม่หยุดยั้ง ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขยอดจองรวมที่น่าประทับใจถึง 28,254 คัน นับเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญของตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 นี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมขอพาทุกท่านมาวิเคราะห์เจาะลึกถึง 10 อันดับแรกของค่ายรถยนต์ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น พร้อมทำความเข้าใจปัจจัยที่ผลักดันความสำเร็จของแต่ละแบรนด์และรถยนต์รุ่นฮอตฮิตที่ครองใจผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ประหยัดพลังงานกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น

การจัดงาน Motor Expo ในปีนี้ยังคงเป็นเวทีหลักในการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV) ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รถยนต์ไฮบริดที่พัฒนาประสิทธิภาพการประหยัดน้ำงานได้ถึงขีดสุด ไปจนถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสนใจและนำมาพิจารณาในการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย การนำเสนอโปรโมชันรถยนต์ที่น่าดึงดูดใจ ควบคู่ไปกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะนโยบาย EV 3.5 ที่ยังคงส่งผลบวกต่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ยิ่งทำให้งาน Motor Expo 2025 กลายเป็นโอกาสทองสำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

เรามาดูกันว่า แบรนด์ใดบ้างที่สามารถช่วงชิงความสนใจและพิชิตยอดจองได้สูงสุดในช่วงครึ่งแรกของมหกรรมยานยนต์แห่งปี

Toyota: ผู้นำที่ไร้เทียมทาน ด้วยยอดจอง 4,808 คัน

ในฐานะแบรนด์รถยนต์ที่หยั่งรากลึกในตลาดไทยมาอย่างยาวนาน Toyota ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดจองที่ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัดถึง 4,808 คัน ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากเพียงแค่ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่ยังมาจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ตั้งแต่รถกระบะ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไปจนถึงรถยนต์อเนกประสงค์

รถยนต์ที่มาแรงที่สุดในบูธ Toyota ในปีนี้หนีไม่พ้น Toyota Yaris Cross ครอสส์โอเวอร์ขนาดพอเหมาะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง และความคุ้มค่าที่เหนือกว่า ยิ่งไปกว่านั้น การนำเสนอโปรโมชันรถยนต์พิเศษภายในงาน และการเพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษ Nightshade ที่เพิ่มความสปอร์ตและหรูหรา ทำให้ Yaris Cross กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ขนาดคอมแพ็กต์ นอกจากนี้ รถกระบะขวัญใจมหาชนอย่าง Hilux Travo ก็ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำรุ่นพิเศษและรุ่นตกแต่งมาจัดแสดงหลากหลายคัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Toyota ในการรักษาฐานลูกค้าในทุกเซกเมนต์และปรับตัวเข้ากับเทรนด์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยยังคงเน้นย้ำถึงความทนทานและประสิทธิภาพการใช้งานที่เหนือกว่า

BYD: พลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต ด้วยยอดจอง 2,537 คัน

BYD แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังคงรักษาโมเมนตัมได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยยอดจอง 2,537 คัน แม้ว่าตัวเลขนี้จะเป็นการคำนวณจากข้อมูลผู้มาลงทะเบียนที่สนใจตามอัตราส่วนโดยรวม แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมอย่างล้นหลามของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่มาตรการ EV 3.5 จะเริ่มมีผลเต็มรูปแบบในปีหน้า ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเร่งตัดสินใจเป็นเจ้าของยานยนต์ไร้มลพิษ

รถยนต์ที่มาแรงและเป็นหัวหอกสำคัญของ BYD คือ BYD Atto 3 ครอสส์โอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่ผสานการออกแบบสไตล์สปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว Atto 3 ไม่เพียงแต่มีราคาที่น่าสนใจ แต่ยังมาพร้อมกับระยะทางการขับขี่ที่ยาวนาน ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และการรับประกันแบตเตอรี่ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน การที่รุ่นย่อยบางรุ่นอาจต้องอาศัยการสอบถามกับผู้จัดจำหน่ายมากขึ้นนั้น ยิ่งตอกย้ำถึงความต้องการที่สูงจนอาจทำให้รถบางรุ่นเริ่มหายาก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแบรนด์ที่กำลังรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวในประเทศไทย BYD ไม่ได้มีแค่ Atto 3 เท่านั้น แต่ยังนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ที่หลากหลาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่น่าจับตามองในตลาดรถยนต์ไทยอนาคต

Honda: ความลงตัวที่ครองใจ ด้วยยอดจอง 2,314 คัน

Honda อีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย โดยทำยอดจองได้ 2,314 คัน ความสำเร็จของ Honda มาจากความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี การนำเสนอรถยนต์ไฮบริดหลากหลายรุ่นในบูธ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ประหยัดพลังงาน และตอบโจทย์เทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ Honda ในงานนี้คือ Honda HR-V e:HEV ครอสส์โอเวอร์ไฮบริดคู่ใจของหลายๆ คน แม้จะทำตลาดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยออปชันที่เหมาะสมกับราคา โปรโมชันที่น่าสนใจ และชื่อเสียงด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ทำให้ HR-V e:HEV ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งในเซกเมนต์ครอสส์โอเวอร์ การเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ “Hunt” ที่จัดแสดงเป็นครั้งแรกในงานนี้ ยิ่งเป็นการเพิ่มความสดใหม่และกระตุ้นความสนใจให้กับผู้บริโภคที่ต้องการความแตกต่าง Honda ยังคงเป็นแบรนด์ที่มุ่งเน้นความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการขับขี่ ความประหยัดน้ำมัน และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด

Omoda & Jaecoo: ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ที่มาแรง ด้วยยอดจอง 1,940 คัน

การปรากฏตัวที่น่าจับตาของ Omoda & Jaecoo หนึ่งในค่ายรถยนต์จากประเทศจีนที่สร้างกระแสได้อย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจอง 1,940 คัน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของแบรนด์น้องใหม่จากแดนมังกรที่พร้อมจะเข้ามาเขย่าตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์

รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างโดดเด่นในบูธคือ Jaecoo 5 EV ครอสส์โอเวอร์พลังงานไฟฟ้าดีไซน์ล้ำสมัย ที่มาพร้อมกับราคาที่น่าสนใจอย่างมาก Jaecoo 5 EV ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และความกังวลว่าราคาอาจมีการปรับขึ้นในปีหน้า ยิ่งทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจจองในงาน Motor Expo 2025 มากขึ้น แบรนด์นี้มุ่งเน้นการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าประทับใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มองหาสิ่งใหม่ๆ และต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างจากเดิม การเข้ามาของ Omoda & Jaecoo สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และความพร้อมของแบรนด์จีนในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลัก

GAC Aion: แฮทช์แบ็กไฟฟ้าดีไซน์เด่น ด้วยยอดจอง 1,819 คัน

GAC Aion แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่ทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่องและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจตลอดปีที่ผ่านมา สามารถทำยอดจองได้ถึง 1,819 คัน ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงการยอมรับของผู้บริโภคต่อแบรนด์น้องใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย

รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างสูงคือ Aion UT แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้าที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา Aion UT มาพร้อมกับราคาพิเศษและโปรโมชันภายในงานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ทำให้มียอดจองถล่มทลายจนกระทั่งบางรุ่นย่อยอาจเริ่มหายากแล้ว Aion UT ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดสำหรับการใช้งานในเมือง แต่ยังคงต้องการดีไซน์ที่แตกต่างและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน การที่ GAC Aion สามารถสร้างกระแสความสนใจให้กับรถยนต์แฮทช์แบ็กไฟฟ้าได้ในตลาดที่ครอสส์โอเวอร์กำลังเป็นที่นิยม ถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม และเป็นเครื่องยืนยันว่ายังมีพื้นที่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในเซกเมนต์อื่นๆ หากมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและราคาที่แข่งขันได้

MG: หลากหลายทางเลือกเพื่อทุกคน ด้วยยอดจอง 1,804 คัน

MG แบรนด์รถยนต์จากอังกฤษภายใต้การบริหารงานของ SAIC Motor Corporation Limited ยังคงเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไทย ด้วยยอดจอง 1,804 คัน MG ได้นำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่น ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าราคาพิเศษก่อนที่จะหมดช่วงมาตรการ EV 3.0 ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผู้บริโภคจะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด

รถยนต์ที่ได้รับความนิยมคือ MG S5 EV ครอสส์โอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่มีให้เลือกหลากหลายรุ่นย่อย MG S5 EV โดดเด่นด้วยการนำเสนอราคาเริ่มต้นที่ใกล้เคียงกับแฮทช์แบ็กไฟฟ้าบางรุ่น ทำให้ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์สไตล์ครอสส์โอเวอร์ในงบประมาณที่คุ้มค่าหันมาให้ความสนใจมากขึ้น MG ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงง่าย พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการออกแบบที่น่าสนใจ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นกระแสหลัก ด้วยการเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย MG ยังคงรักษาสถานะผู้เล่นที่สำคัญในตลาดนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

Geely: หนึ่งปีแห่งการเติบโต ด้วยยอดจอง 1,667 คัน

Geely แบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีนที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครบ 1 ปีพอดีในงาน Motor Expo 2025 นี้ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างชัดเจนด้วยยอดจอง 1,667 คัน ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและการวางกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในการเจาะตลาดไทย

รถยนต์ไฟฟ้าที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้และได้รับความสนใจอย่างล้นหลามคือ Geely EX2 แฮทช์แบ็กพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่มาพร้อมออปชันเหมาะสมกับราคา และที่สำคัญคือ มีราคาพิเศษภายในงานที่ต่ำกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน Geely EX2 จึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ประหยัดพลังงาน และคุ้มค่า ด้วยกลยุทธ์การตั้งราคาที่แข่งขันได้และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค Geely แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มต้นที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง การเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งปีด้วยยอดจองที่น่าประทับใจนี้ เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของ Geely ในประเทศไทย

GWM (Great Wall Motor): ผู้บุกเบิกตลาด SUV และกระบะไฟฟ้า ด้วยยอดจอง 1,594 คัน

Great Wall Motor (GWM) แบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จในการสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในกลุ่มรถยนต์ SUV และรถกระบะ สามารถทำยอดจองได้ 1,594 คันในงาน Motor Expo 2025 GWM นำเสนอรถยนต์จัดแสดงหลากหลายรุ่น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการของตลาดไทยในทุกมิติ

รถยนต์ที่ได้รับความนิยมคือ GWM Tank 300 Diesel แม้จะเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว แต่กระแสความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบ SUV สไตล์สมบุกสมบันยังคงมีอย่างต่อเนื่อง Tank 300 Diesel โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่ง ประสิทธิภาพการขับขี่แบบออฟโรดที่เหนือชั้น และราคาที่น่าสนใจ การนำเสนอชุดตกแต่งพิเศษ Desert Storm ที่มีจำนวนจำกัด ยิ่งเพิ่มความเร้าใจให้กับผู้ที่ต้องการความเป็นเอกลักษณ์ GWM ยังคงเป็นผู้นำในการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ไฟฟ้าในเซกเมนต์ SUV และกระบะ ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างมากในประเทศไทย และเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

Deepal (ภายใต้ Changan): รถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าใจคนไทย ด้วยยอดจอง 1,476 คัน

Deepal แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจาก Changan ซึ่งเป็นอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่จากจีน ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจอง 1,476 คัน Deepal ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด

รถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างสูงคือ Deepal S05 รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสส์โอเวอร์ที่มีทางเลือกหลากหลายรุ่นย่อย และราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ Deepal S05 ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์ทันสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง และเทคโนโลยีที่ครบครัน การเพิ่มรุ่นย่อย Long Range ที่สามารถวิ่งได้ไกลกว่ารุ่นอื่นๆ ยิ่งเป็นการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น และตอกย้ำถึงความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคที่กังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้า Deepal S05 มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลายในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดในยุคที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว

Mitsubishi: กลับมาอย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดจอง 1,302 คัน

Mitsubishi หนึ่งในค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นที่สร้างประวัติศาสตร์ในประเทศไทยมายาวนาน แสดงให้เห็นถึงการกลับมาที่น่าสนใจ ด้วยยอดจอง 1,302 คัน ซึ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคยังมีต่อแบรนด์นี้ และความพร้อมของ Mitsubishi ในการปรับตัวเข้ากับทิศทางของตลาดโลกที่มุ่งสู่ยานยนต์ประหยัดพลังงาน

รถยนต์ที่น่าสนใจและเป็นไฮไลต์ของบูธคือ Mitsubishi Xforce HEV ครอสส์โอเวอร์ขุมพลังไฮบริดที่โดดเด่นด้วยรูปทรงบึกบึนแข็งแกร่ง และโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย Xforce HEV มาพร้อมกับโปรโมชันที่น่าสนใจภายในงาน ทำให้เป็นรถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่ให้ทั้งสมรรถนะ ความประหยัด และความทนทานในแบบฉบับของ Mitsubishi การนำเสนอรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่นี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Mitsubishi พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ประหยัดพลังงานของไทย และยังคงรักษา DNA ของแบรนด์ที่เน้นความแข็งแกร่งและความทนทานได้อย่างดีเยี่ยม

บทสรุปและแนวโน้มตลาด:

ตัวเลขยอดจองครึ่งทางของ Motor Expo 2025 เป็นเครื่องสะท้อนที่ชัดเจนถึงพลวัตของตลาดรถยนต์ไทยในปัจจุบัน เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามามีบทบาทที่โดดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์จีน ซึ่งสามารถแข่งขันกับแบรนด์ญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างสูสี ทั้งในด้านราคา เทคโนโลยี และดีไซน์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ การที่ Toyota ยังคงครองอันดับ 1 แสดงให้เห็นถึงฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมานาน ขณะที่แบรนด์ใหม่ๆ อย่าง BYD, Omoda & Jaecoo, GAC Aion, Geely และ Deepal ก็สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยกลยุทธ์การนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่า นอกจากนี้ รถยนต์กลุ่มครอสส์โอเวอร์ทั้งเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และไฟฟ้า ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด สะท้อนถึงความต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย

โปรโมชันรถยนต์และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้องปรับกลยุทธ์และนำเสนอข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดนี้ ทิศทางของตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 และปีต่อๆ ไป จะยังคงเน้นไปที่เทคโนโลยีรักษ์โลก ประหยัดพลังงาน และความคุ้มค่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ยังคงจัดแสดงและเปิดให้เยี่ยมชมไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ผู้ที่สนใจยังมีโอกาสสัมผัสและทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อีกมากมาย และสำหรับผู้ที่จองรถในงาน ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ประจำปีนี้ คือ Avatr 11 มูลค่า 2,099,000 บาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่ดึงดูดให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมงานอย่างต่อเนื่อง ห้ามพลาดโอกาสสุดท้ายที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมยานยนต์แห่งปี และเป็นเจ้าของรถยนต์คันใหม่ในราคาและเงื่อนไขสุดพิเศษ!

Previous Post

G2912016 เรื่องโกหกของแม่ part2

Next Post

G2912022 แม่ผัวขี้เหนียว part2

Next Post
G2912022 แม่ผัวขี้เหนียว part2

G2912022 แม่ผัวขี้เหนียว part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • G2912021 หาเงินแต่งให้ลูกชาย part2
  • G2912020 แต่งงานไปแล้วอยากได้เงินคืน part2
  • G2912018 ความเห็นแก่ตัวของคนมันปกปิดไม่ได้ part2
  • G2912017 ปล่อยให้มันมานะอยู่ข้างแม่ part2
  • G2912014 กลัวจะเสียลูกชายคนเดียวไป part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.