ALL NEW MG3 HYBRID+: นวัตกรรมไฮบริดประหยัดน้ำมันที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การนำเสนอรถยนต์ที่ผสมผสานสมรรถนะที่เหนือกว่าเข้ากับประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันอย่างแท้จริง คือกุญแจสำคัญที่จะครองใจผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดประเทศไทยที่กำลังเติบโตและมีความต้องการเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ All NEW MG3 Hybrid+ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ SAIC Motor – CP ผู้ผลิตรถยนต์ MG ในประเทศไทย ที่ได้นำเสนอ “ยานยนต์ไฮบริด” ที่เข้าถึงง่ายและเปี่ยมด้วยคุณค่าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การปรากฏตัวของ MG3 Hybrid+ ในงาน BIG MOTOR SALE 2024 ณ ไบเทค บางนา พร้อมการตกแต่งที่เน้นความสปอร์ตยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มองหาสมรรถนะ ความคุ้มค่า และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
MG3 Hybrid+ 2024: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เหนือกว่าการคาดหมาย
หากมองย้อนกลับไป การพัฒนาของ MG3 Hybrid+ รุ่นล่าสุดนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดที่สำคัญ การออกแบบภายนอกที่ดูทันสมัยและโฉบเฉี่ยวกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัดนั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ “หัวใจ” ของรถยนต์คันนี้ นั่นคือระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่มอบทั้งพละกำลังอันน่าประทับใจและอัตราการประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น การทดสอบการขับขี่จริงหลายครั้งยืนยันว่า MG3 Hybrid+ รุ่นใหม่นี้สามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึง “ราคา” ที่แบรนด์ตั้งไว้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภคชาวไทย การนำเสนอเทคโนโลยีไฮบริดในราคาที่ “เข้าถึงได้” จึงเป็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของ MG3 Hybrid+ นี้
ราคาและการรับประกัน: ความคุ้มค่าที่มาพร้อมความมั่นใจ
ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน และผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การลงทุนในรถยนต์ไฮบริดจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด MG3 Hybrid+ มาพร้อมราคาเปิดตัวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง:
MG 3 Hybrid+ D: 559,900 บาท
MG 3 Hybrid+ X: 599,900 บาท
หมายเหตุ: ราคาพิเศษนี้สำหรับ 1,000 คันแรกเท่านั้น หลังจากนั้น ราคาจะปรับขึ้นเป็น 579,900 – 619,900 บาท
ความพิเศษไม่ได้มีเพียงแค่นั้น MG ยังมอบความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยการรับประกันที่ครอบคลุมและยาวนาน:
รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
รับประกันแบตเตอรี่ Hybrid: 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
การรับประกันแบตเตอรี่ที่เป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฮบริดยาวนานถึง 10 ปีโดยไม่จำกัดระยะทาง เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพของเทคโนโลยีที่ MG นำเสนอ และช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคได้อย่างมาก
ชุดแต่งสปอร์ต: อวดโฉมความเร้าใจในงาน BIG MOTOR SALE 2024
นอกจากเทคโนโลยีและราคาที่ดึงดูดใจแล้ว ในงาน BIG MOTOR SALE 2024 แบรนด์ MG ยังได้จัดแสดง MG3 Hybrid+ ที่ได้รับการตกแต่งพิเศษให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น เพื่อสะท้อนถึงสมรรถนะและความสนุกในการขับขี่ที่รถคันนี้มอบให้ ชุดแต่งดังกล่าวประกอบด้วย:
สเกิร์ตรอบคัน 4 ชิ้น: เสริมบุคลิกให้ดูปราดเปรียวและเต็มไปด้วยพลัง
ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว: สร้างความโดดเด่นและเพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ
คาลิปเปอร์เบรกขนาดใหญ่ทำสี พร้อมจานเบรก: ไม่เพียงเสริมภาพลักษณ์ แต่ยังบ่งบอกถึงประสิทธิภาพการเบรกที่ทรงพลัง
สปอยเลอร์หลัง: เพิ่มความแอโรไดนามิกส์และเติมเต็มภาพลักษณ์สปอร์ต
ช่วงล่าง สตรัทปรับเกลียว Profender โหลดลงนิ้วครึ่ง: ให้การควบคุมที่แม่นยำยิ่งขึ้น และรูปลักษณ์ที่เตี้ยลงอย่างมีสไตล์
แผ่นเพลทบริเวณประตูหน้า: รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่มความพิเศษ
ฝาท้ายไฟฟ้า: เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
แป้นเบรกแบบสปอร์ต: รายละเอียดภายในที่เสริมความรู้สึกสปอร์ต
ฝาครอบกระจกคาร์บอน (นำมาจาก MG5): สัมผัสแห่งความหรูหราและน้ำหนักเบา
ชุดแต่งเหล่านี้ช่วยยกระดับ MG3 Hybrid+ ให้ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน แต่เป็นรถยนต์ที่มีคาแรคเตอร์และความเป็นตัวของตัวเองสูง พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์สปอร์ต
มิติตัวถัง: ความลงตัวสำหรับการใช้งานในเมืองและเดินทาง
MG3 Hybrid+ 2024 มีมิติตัวถังที่ได้รับการออกแบบมาอย่างลงตัวสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ของประเทศไทย:
ความยาว: 4,113 มิลลิเมตร
ความกว้าง: 1,797 มิลลิเมตร
ความสูง: 1,502 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ: 2,570 มิลลิเมตร
ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ (Ground Clearance): 117 มิลลิเมตร
ระยะ Ground Clearance 117 มิลลิเมตร ถือว่ามีความเหมาะสมสำหรับการขับขี่บนถนนเมืองไทยที่อาจมีสิ่งกีดขวางหรือสภาพถนนที่ไม่สมบูรณ์บางช่วง ในขณะที่ความยาวฐานล้อที่ 2,570 มิลลิเมตร ช่วยให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับการโดยสาร
พื้นที่เก็บสัมภาระ:
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง: 293 ลิตร
พื้นที่เก็บสัมภาระเมื่อพับเบาะหลัง: 1,037 ลิตร
ปริมาณพื้นที่เก็บสัมภาระมีความยืดหยุ่น สามารถรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการขนสัมภาระในเมือง หรือการเดินทางพร้อมสัมภาระจำนวนมากเมื่อพับเบาะหลัง
ความจุถังน้ำมัน: 36 ลิตร
เครื่องยนต์ไฮบริด: พลังที่เหนือกว่า ประหยัดที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญที่ทำให้ MG3 Hybrid+ โดดเด่น คือระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว:
เครื่องยนต์เบนซิน: 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร (1,498 ซีซี) มาพร้อมระบบแปรผันวาล์ว DVVT ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 128 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้า: แบบ High-performance Permanent Magnet Synchronous Motors ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร
พละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ: 143 กิโลวัตต์ หรือ 194 แรงม้า (PS)
แรงบิดสูงสุดทั้งระบบ: 250 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่: Lithium-ion (NMC) ความจุ 1.83 kWh
ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ E-AT แบบ 3 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน: ล้อหน้า (FWD)
การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ MG3 Hybrid+ สามารถส่งกำลังรวมได้สูงสุดถึง 194 แรงม้า ซึ่งเหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกันในตลาดอย่างชัดเจน ประสิทธิภาพนี้มาพร้อมกับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่น่าประทับใจ ทำให้เป็นรถยนต์ที่ทั้งแรงและประหยัดอย่างแท้จริง
โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย:
MG3 Hybrid+ มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ขับขี่:
ECO: เน้นการประหยัดน้ำมันสูงสุด โดยปรับการตอบสนองของคันเร่งและระบบส่งกำลังให้เหมาะสม
NORMAL: เป็นโหมดการขับขี่ทั่วไป ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและการประหยัด
SPORT: มอบการตอบสนองที่ฉับไวของคันเร่ง และอัตราเร่งที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เพื่อประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจ
ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System):
ระบบ KERS หรือระบบปรับแรงหน่วงจากการกู้คืนพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้า มีให้เลือกปรับได้ 3 ระดับ คือ มาก ปานกลาง และน้อย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน โดยการนำพลังงานที่เกิดจากการชะลอรถกลับมาประจุลงในแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในรถยนต์ไฮบริดสมัยใหม่
อุปกรณ์ภายนอก: ความทันสมัยและความสะดวกสบาย
MG3 Hybrid+ 2024 มาพร้อมอุปกรณ์ภายนอกที่ครบครัน ทันสมัย และเน้นความสะดวกสบายในการใช้งาน:
ไฟหน้าแบบ Projector Lens LED: ให้ความสว่างที่คมชัดและกระจายแสงได้ดี
ระบบเปิด – ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ: เพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัย
ระบบไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (Follow-Me-Home): ช่วยให้การเดินทางในที่มืดปลอดภัยยิ่งขึ้น
ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED: เพิ่มทัศนวิสัยและทำให้รถดูทันสมัย
กระจกมองข้างปรับ – พับด้วยไฟฟ้า: สะดวกสบายในการใช้งาน
ระบบพับกระจกอัตโนมัติ เมื่อล็อกรถ: เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวก
ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว: ดีไซน์สวยงามและเข้ากับบุคลิกของรถ
ยาง ขนาด 195/55 R16: ขนาดมาตรฐานที่ให้ความสมดุลระหว่างการยึดเกาะและความนุ่มนวล
ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง: ให้การควบคุมที่แม่นยำและเกาะถนน
ช่วงล่างด้านหลังแบบคานบิด กึ่งอิสระ (Torsion Beam): ออกแบบมาเพื่อความประหยัดพื้นที่และให้การขับขี่ที่นุ่มนวล
ระบบเบรกแบบจานเบรก 4 ล้อ: ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่มั่นใจได้
ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
การออกแบบภายในของ MG3 Hybrid+ มุ่งเน้นที่ความสบายของผู้โดยสาร พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่:
เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้าสีดำ: ให้สัมผัสที่สบายและดูสปอร์ต
เบาะนั่งคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง / ผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง: ช่วยให้หาตำแหน่งการขับขี่ที่เหมาะสมได้ง่าย
เบาะนั่งด้านหลังแบบพับได้: เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่เก็บสัมภาระ
พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง: ช่วยให้ผู้ขับขี่ทุกสรีระสามารถหาตำแหน่งที่สบายที่สุด
ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ – วางสายโทรศัพท์ บนพวงมาลัย: เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้งาน
กระจกหน้าต่างปรับด้วยไฟฟ้า แบบ One Touch Up-Down ด้านผู้ขับขี่: สะดวกสบายในการใช้งาน
หน้าจอชุดมาตรวัด Digital Multi-Function ขนาด 7 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วนในรูปแบบดิจิทัล
หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว: ควบคุมระบบต่างๆ ของรถได้อย่างง่ายดาย
กล้องมองภาพด้านหลัง: ช่วยในการถอยจอดได้อย่างมั่นใจ
ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย: เพลิดเพลินกับความบันเทิงและฟังก์ชันการใช้งานจากสมาร์ทโฟนได้อย่างไร้ข้อจำกัด
ชุดเครื่องเสียง พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง: มอบประสบการณ์เสียงที่น่าประทับใจ
ระบบปรับอากาศ พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล: ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารได้อย่างแม่นยำ
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง: เพิ่มความสบายให้ผู้โดยสารแถวหลัง
ไฟส่องสว่างบริเวณห้องโดยสารด้านหลัง: เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
ระบบกุญแจรีโมท Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start: เพิ่มความสะดวกในการสตาร์ทและดับเครื่องยนต์
รุ่น MG 3 Hybrid+ X: ยกระดับความหรูหราและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
รุ่นท็อปอย่าง MG 3 Hybrid+ X มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่เพิ่มเติมจากรุ่น D เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า:
กล้องรอบคัน 360 องศา แบบ High Definition: ช่วยให้การจอดและขับขี่ในพื้นที่แคบมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ: เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่เมื่อเจอฝน
เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์และผ้า สี 2-Tone ขาวสลับดำ: เพิ่มความหรูหราและมีสไตล์
แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger): สะดวกสบายในการชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC – Adaptive Cruise Control): ช่วยรักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าอัตโนมัติ
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA – Traffic Jam Assist): ช่วยให้การขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดไม่เหนื่อยล้า
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลน (ELK – Emergency Lane Keeping System): ระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่ช่วยป้องกันการออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน (LDP – Lane Departure Prevention): ป้องกันการออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA – Lane Keep Assist): ช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน
ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW – Lane Departure Warning): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถกำลังจะออกนอกเลน
ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ (FCW – Forward Collision Warning): แจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อมีความเสี่ยงในการชน
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB – Autonomous Emergency Braking): ทำการเบรกอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของการชน
ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ (UDW – Unsteady Driving Warning): แจ้งเตือนเมื่อตรวจพบความผิดปกติของพฤติกรรมการขับขี่
ระบบเปิด – ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (IHC – Intelligent High-beam control): ปรับการทำงานของไฟสูงอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนรถคันอื่น
ระบบความปลอดภัย: มั่นใจทุกการเดินทาง
MG3 Hybrid+ ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่ครบครัน:
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง: ครอบคลุมทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง, และม่านถุงลมนิรภัย
ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System): ป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน
ระบบกระจายแรงเบรก (EBD – Electronic Brake Force Distribution): ปรับแรงดันน้ำมันเบรกให้เหมาะสมกับแต่ละล้อ
ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBA – Electronic Brake Assist): ช่วยเพิ่มแรงเบรกสูงสุดเมื่อต้องการ
ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว (XDS – Electronic Differential System): ช่วยให้การเข้าโค้งมีความมั่นคง
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล (TCS – Traction Control System): ป้องกันล้อฟรีและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในทิศทางที่ต้องการ
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS – Hill Start Assist System): ป้องกันรถไหลเมื่อออกตัวบนทางชัน
ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน (ESS – Emergency Stop Signal): ไฟเบรกจะกะพริบเมื่อมีการเบรกกะทันหัน
ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (TPMS – Tire Pressure Monitor System): แจ้งเตือนเมื่อลมยางผิดปกติ
จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX: เพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับเด็ก
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock): ล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถมีความเร็ว
สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง: ช่วยในการกะระยะขณะถอยจอด
ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer: ป้องกันการสตาร์ทเครื่องยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต
สรุป: All NEW MG3 HYBRID+ ทางเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจที่สุดในตลาดปัจจุบัน
All NEW MG3 Hybrid+ ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ แต่เป็นการนำเสนอ “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” ในราคาที่จับต้องได้จริง ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ประหยัดน้ำมันได้อย่างน่าทึ่ง การออกแบบที่ทันสมัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และระบบความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ MG3 Hybrid+ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฮบริดขนาดเล็กในประเทศไทย การได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมตั้งแต่เปิดตัว ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ให้มากกว่าแค่การเดินทาง ที่ให้ทั้งความสนุก ความประหยัด และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด การพิจารณา All NEW MG3 Hybrid+ คือคำตอบที่ชาญฉลาดที่สุดในตลาดปัจจุบันนี้ อย่าพลาดโอกาสที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า และสัมผัสถึงอนาคตของยานยนต์ได้แล้ววันนี้ เข้าไปทดลองขับและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่โชว์รูม MG ใกล้บ้านคุณ หรือเยี่ยมชมบูธ MG เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอสุดพิเศษได้ทันที!

![G0401009 วเห นแก [ตอนจบ] part2](https://filmthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/01/image-303.png)